ประเด็นที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังได้รับการเสนอชื่อเป็น ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ประธานคณะกรรมการ ธปท. ที่ครบวาระในเดือนกันยายน 2567 ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ว่าเป็น ‘การเมืองแทรกแซงแบงก์ชาติ’
เรื่องนี้ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ แสดงความคิดเห็นผ่านเฟสบุ๊ค ชื่อ Thirachai Phuvanatnaranubala - ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล โดยลงข้อมูลไว้เป็นข้อสังเกต ระบุว่า
ตามมีข่าวว่า กระทรวงการคลังเสนอชื่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนองเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ถ้าผู้เสนอเป็นรัฐมนตรีคลัง ก็แสดงว่าท่านไม่เข้าใจเจตนารมย์ของการแบ่งงานอำนาจหน้าที่ระหว่างกระทรวงการคลังกับแบงก์ชาติ ก่อนใช้รูปอธิบายประกอบว่า

รูป 1 ในระเบียบว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ข้อ 16 (4) ระบุข้อห้ามว่า
“(4) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี”
ทำให้มีคนตีความว่า การที่นายกิตติรัตน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา เพิ่งพ้นตำแหน่ง 14 สิงหาคม 2567 ไม่เข้าลักษณะข้อห้าม โดยถือว่า ตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี’ ไม่เป็น ‘ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี’ ตามนิยามในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง (รูป 2)

ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่า ระเบียบการคัดเลือกฯ มีเจตนารมย์ ไม่ให้มีภาพพจน์การเมืองเข้ามาแทรกแซงบอร์ดแบงค์ชาติ ดังนั้น การเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ไม่ถือเป็นข้าราชการการเมืองตามระเบียบฯ ถึงแม้ไม่ได้รับเงินเดือนจากราชการ และถึงแม้ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ในฐานะข้าราชการการเมือง
แต่ในความเป็นจริงของโลก ตำแหน่งนี้ ให้คำปรึกษาแก่บุคคลที่ทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง ไม่ใช่ให้คำปรึกษาแก่ชาวบ้านร้านตลาด และการที่นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งแต่งตั้ง ก็หมายความว่าต้องการให้บุคคลนั้น สามารถติดต่อประสานงานระดมความคิดและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้
ตำแหน่งนี้ จึงต้องถือเป็นตำแหน่งทางการเมือง คงไม่สามารถถือว่าเป็นตำแหน่งทางสังคมเพื่อความโก้หรู เนื่องจากรัฐมนตรีคลัง ไม่ได้เคารพเจตนารมย์ของระเบียบคัดเลือกฯ ผมจึงตั้งข้อสังเกตแก่คณะกรรมการคัดเลือกฯ ไว้ ณ ที่นี้
นายธีรชัย ยังฝากไว้ สำหรับข้อมูลในลำดับถัดไป เตรียมเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ในฐานะรัฐมนตรีคลัง ที่ได้เคยประสานงานกับประธานบอร์ดแบงก์ชาติ และกับผู้ว่าการแบงค์ชาติ ในการออกพระราชกำหนดแก้ปัญหาแก่ประเทศชาติ 2 ฉบับ ... ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป




