‘การบินไทย’ ได้เริ่มแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อนำบริษัทฯ กลับมามีความมั่นคงทางการเงิน โดยการบินไทยได้ ก้าวออกจากสถานะ ‘รัฐวิสาหกิจ’ ในปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากการที่กระทรวงการคลัง ‘ลดการถือหุ้นในบริษัทเหลือต่ำกว่า 50%’ การปรับโครงสร้างนี้เป็นการเปิดโอกาสให้การบินไทย สามารถดำเนินกิจการในแบบเอกชนมากขึ้น เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดการและตัดสินใจที่ไม่ต้องขึ้นกับภาครัฐโดยตรง
การบินไทย ‘ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ’ แผนฟื้นฟูฯ เป็นอย่างไร?
กล่าวได้ว่า แผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทย ในการประกาศ ‘ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ’ นั้น มุ่งเน้นไปที่ ส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้
- การลดค่าใช้จ่าย – มีการลดพนักงาน ปรับลดขนาดฝูงบิน และขายสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น
- การปรับโครงสร้างหนี้ – มีการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินสะสม
- การหาผู้ลงทุนใหม่ – การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนเพื่อนำเงินทุนมาใช้ในการขยายธุรกิจในอนาคต
- เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน – มุ่งเน้นให้การบินไทยทำกำไรผ่านเส้นทางบินที่มีกำไรสูงและลดเส้นทางที่ไม่ทำกำไร
สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้การบินไทย ไม่ต้องรับข้อจำกัดและกฎระเบียบแบบรัฐวิสาหกิจ จึงสามารถปรับตัวเข้าสู่การแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถฟื้นฟูกิจการและกลับมาเป็นบริษัทที่ทำกำไรและแข่งขันในระดับนานาชาติได้
การบินไทย ดีเดย์ 30 กันยายน 67 ยื่นไฟลิ่ง ออกหุ้นกู้เพิ่มทุน
ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เผย จันทร์ที่ 30 กันยายนนี้ การบินไทยจะเริ่มกระบวนการแรกของการ ‘ปรับโครงสร้างองค์กร’ โดยจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ในการออกหุ้นเพิ่มทุน ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 นี้เพื่อเตรียม ปรับโครงสร้างทุน ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ซึ่งจะประกอบด้วย
การแปลงหนี้เดิมของเจ้าหนี้เป็นทุน (Mandatory Conversion)
• การแปลงหนี้ในสัดส่วน 100% เป็นทุน ของเจ้าหนี้กลุ่ม 4 ซึ่งรวมถึงเจ้าหนี้เงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ได้แก่ กระทรวงการคลัง การแปลงหนี้ในสัดส่วน 24.50 % ของมูลหนี้เป็นทุน เจ้าหนี้กลุ่ม 5 (สถาบันการเงินที่มีสิทธิตามสัญญาโอนสิทธิในการรับเงินจากการขายเครื่องบิน) เจ้าหนี้กลุ่ม 6 (สถาบันการเงินไม่มีประกัน) และเจ้าหนี้กลุ่มที่ 18-31 (เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นกู้)
สิทธิแปลงหนี้เป็นทุนเพิ่มเติม (Voluntary Conversion)
• สิทธิแปลงหนี้เป็นทุนเพิ่มเติม จากร้อยละ 24.50 ที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการในส่วนของเจ้าหนี้กลุ่ม 4 5 6 และ 18-31 ข้างต้น
การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นก่อนการปรับโครงสร้างทุน พนักงานบริษัทฯ และนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงตามลำดับ
ทั้งนี้การบินไทยจะสามารถยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) สำหรับการปรับโครงสร้างทุนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 นี้
หลังจากนั้นกระบวนการใช้สิทธิและแจ้งเจตนาแปลงหนี้เป็นทุนเพิ่มเติมของเจ้าหนี้แต่ละกลุ่ม คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายน 2567 และกระบวนการเสนอขาย และจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนสำหรับผู้ถือหุ้นก่อนการปรับโครงสร้างทุน พนักงานบริษัทฯ และนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนธันวาคม 2567
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ และที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงระยะเวลาในการพิจารณาให้หนังสือชี้ชวนมีผลบังคับใช้ของ ก.ล.ต. โดยการบินไทยคาดว่าจะสามารถดำเนินการปรับโครงสร้างทุนให้แล้วเสร็จได้ภายในสิ้นปีนี้ตามที่กำหนดในแผนฟื้นฟูกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์ให้งบการเงินประจำปี 2567 ของบริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นบวก ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขความสำเร็จของการฟื้นฟูกิจการ
บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อยกเลิกการฟื้นฟูกิจการและหุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568
การบินไทยได้จัดหาที่ปรึกษาการเงินอิสระ มาประเมินมูลค่าหุ้น ให้เจ้าหนี้เห็นว่ามูลค่าหุ้นการบินไทย ที่กำลังจะเพิ่มทุนมีมูลค่าเท่าไหร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จราวต้นเดือนตุลาคมนี้ และการบินไทยก็มีที่ปรึกษาทางการเงินอีกชุดหนึ่ง มาประเมินมูลค่าหุ้นด้วยเช่นกัน
“ผู้บริหารแผนจะกำหนดราคาหุ้น ที่จะขายหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งจากการประเมิน ก็คาดว่า สูงกว่า 2.5452 บาท คือสูงกว่าที่เจ้าหนี้ได้รับการแปลงหนี้เป็นทุน เพราะฉะนั้นสิทธิ์ของเจ้าหนี้ที่จะแปลงหนี้เป็นทุนเพิ่มเติม จะได้ราคาต่ำกว่าผู้ถือหุ้นรายใหม่ และผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้รับการแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละกลุ่มเจ้าหนี้”
ทั้งนี้ ส่วนของกระทรวงการคลัง คาดว่า สัดส่วนการถือหุ้น น่าจะอยู่ระหว่าง 30-45% ขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้ด้วยว่าจะแปลงหนี้เป็นทุนได้มากน้อยแค่ไหน และขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นเดิมที่มีอยู่ในตลาด โดยในแผนฟื้นฟูระบุชัดว่า ผู้บริหารแผนมีหน้าที่ ไม่ทำให้การบินไทยกลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจ




