เอกชน ส่ง 6 เรื่องด่วน ฝาก ‘แพทองธาร’ เร่งฟื้น ศก.

17 ส.ค. 2567 - 12:37

  • ภาคธุรกิจ สะท้อนความกังวล ขอจัดตั้งรัฐบาลอย่างรวดเร็ว

  • ชี้เป้า หลากปัญหา ศก.ไทย ห่วง SMEs ตาย ประชาชนถูกต่างชาติแย่งอาชีพ

  • ขอฝาก ‘แพทองธาร’ ว่าที่นายกฯใหม่ 6 เรื่องด่วน ฟื้นเชื่อมั่น-ปิดจ๊อบดึงดูดต่างชาติลงทุนไทย

thai_chamber_fti_6_urgent_prae_thong_than_revive_economy_SPACEBAR_Hero_aa81735f5d.jpg

แม้ฟากฝั่งการเมืองไทย จะมีอุบัติเหตุทางการเมือง ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจไม่น้อย โดยเฉพาะด้านความเชื่อมั่นการลงทุนไทย แต่เมื่อถึง ณ เวลานี้ คนไทยได้ทราบตัวบุคคลขึ้นมาเป็นว่าที่นายกฯ รัฐมนตรีคนใหม่เรียบร้อยแล้ว หลังสภาผู้แทนราษฎร โหวตเห็นชอบให้ นางสาวแพทองธาร  ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้คาดหวังได้ว่า จะเห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ในเร็ววันนี้

นายสนั่น  อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ไม่รอช้า โดยหลังกล่าวแสดงความยินดีกับนางสาวแพทองธาร แล้ว ก็ชี้เป้า มีปัญหาเศรษฐกิจรอการแก้ไข 6 เรื่องด่วน เพื่อฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น ที่กำลังต้องการการฟื้นตัวอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย

1\. รักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่แข็งค่ามากเกินไป ซึ่งจะเอื้อต่อภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตต่อเนื่อง

2\. การรักษาโมเมนตัมภาคการท่องเที่ยว โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวเข้ามาเดือนละ 3 ล้านคน ส่วนนี้อยากให้มีการผลักดันและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว รวมถึงการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดจนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 36-37 ล้านคน ขณะเดียวกัน ควรรณรงค์ ‘เมืองน่าเที่ยว’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การท่องเที่ยวโดดเด่นและเกิดการกระจายตัว กระจายรายได้จากแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลักไปสู่เมืองน่าเที่ยว  รวมถึงเดินหน้าแผนการกระจายการลงทุนไปจังหวัดนำร่อง 10 จังหวัด ที่หอการค้าฯ ได้ทำร่วมมาช่วงก่อนหน้านี้ต่อ

3\. การเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ เพื่อให้การส่งออกของไทยให้ขยายตัวได้ในช่วงที่เหลือไม่ต่ำกว่า 2%  ต่อเนื่องจากที่ช่วงก่อนหน้านี้ไปเชิญชวนให้มีการเจรจาและเชิญหลายบริษัทมาลงทุนที่ประเทศไทย

4\. การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ให้กระจายไปทุกภูมิภาค ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างเด่นชัด และควรเร่งจัดทำงบประมาณปี 2568 ให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการหรือในกรอบระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อในปีที่ผ่านมา

5\. การแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ทั้งมาตราการเยียวยาและการกระตุ้นเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง รวมถึง มาตรการปกป้องและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากสินค้านำเข้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากจีน

6\. พรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพ สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่เป็นตัวจริงด้านการค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งหอการค้าไทยมีหอการค้าในทุกจังหวัดที่พร้อมจะทำงานสนับสนุนร่วมกันกับภาครัฐ

สิ่งที่ภาคเอกชนเห็นคือการที่มีนายกรัฐมนตรีได้เร็วทำให้ประเทศไม่เกิดสุญญากาศ ส่วนนี้ทำให้เรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว ส่วนความเป็นห่วงประเด็นที่ประเทศไทยมีนายกฯ หญิงที่อายุน้อยนั้น  มองว่า ขึ้นอยู่ที่การแสดงความเป็นผู้นำและการบริหารราชการแผ่นดินหลังจากนี้

“ภาคเอกชนอยากเห็นการทำงานเป็นทีมกับพรรคร่วมรัฐบาลมากขึ้น ก็จะทำให้การทำงานของ ครม. ชุดใหม่ มีเอกภาพและเสถียรภาพ”

นายสนั่น กล่าว

นายสนั่นยังชี้ หลายมาตรการของอดีต นายกฯเศรษฐา ดำเนินการไว้ โดยเฉพาะการเปิดประตูการค้า และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องเดินหน้าสานต่อ โดยมีการกำหนดกระทรวงหรือผู้รับผิดชอบขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวข้อง  Soft Power ส่วนนี้หอการค้าเห็นว่าเป็นเรื่องที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบและสามารถที่จะต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของไทยได้อยู่แล้ว ซึ่งเอกชนเห็นด้วยว่าควรเดินหน้าขับเคลื่อนในประเด็นนี้ต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังต้องดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ยังเป็นปัญหาของไทยที่ยังขาดบุคลากรที่มีความพร้อมในด้านทักษะที่เพียงพอ ตลอดจนปัญหาด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ยังสูงและกฎหมายที่ล้าสมัยไม่เอื้อต่อการเข้ามาลงทุน สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องแก้ไข ซึ่งนอกจากที่รัฐบาลจะเป็นเซลล์แมนแล้วจะต้องปิดการขายให้ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประเทศไทยมีจีดีพีเติบโตเฉลี่ย 2% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพและไม่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้นในระยะกลางและระยะยาว เป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องวางกลยุทธ์สำหรับประเทศ เพื่อทำให้จีดีพีของไทยเติบโตไม่ต่ำกว่า 3 - 5% ต่อปี

ส.อ.ท. ไม่เกี่ยงใครเป็นนายกฯ หวังตั้งรัฐบาลใหม่เร็ว ฟื้นเชื่อมั่น

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวย้ำ แม้ ส.อ.ท. ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับการเมืองโดยตรง แต่ยังเชื่อในหลักการว่า “ไม่ว่าจะเป็นแมวสีอะไร ก็ขอให้จับหนูได้” ดังนั้น ภารกิจต่าง ๆ ของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา ขอให้ทำได้ตามเป้าที่วางไว้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมสะท้อนการเมืองไทย ทำภาคธุรกิจและต่างประเทศมีความกังวลเรื่อง ‘การจัดตั้งรัฐบาล’ ขอจัดตั้งอย่างรวดเร็ว และมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นของประเทศกลับมาเป็นอย่างแรก

“อยากเห็นการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ซึ่งจากที่เห็น คือ พรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังหนักแน่น ซึ่งถ้า ครม. สามารถฟอร์มทีมได้เร็ว ก็จะเป็นความเชื่อมั่นที่สอง ต่อมาคือ การแถลงนโยบาย ถ้าเป็นพรรคเดิมๆ การดำเนินนโยบายหลักก็จะยังไปในทิศทางเดิม มีความต่อเนื่อง ก็จะเป็นการช่วยดึงความเชื่อมั่นกลับมาเป็นครั้งที่สาม เป็นกำลังใจให้ฟอร์มรัฐบาลได้โดยเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่างชาติกลับมา หลังจากที่ต่างชาติ wait and see มานาน”

นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร ยังมองว่า ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือเรื่องปัญหาปากท้อง และเศรษฐกิจ ดังนั้น มาตรการต่างๆ จะต้องรีบออกมาโดยเร็วที่สุด และต้องทำงานร่วมกับเอกชนในการแก้ปัญหาร่วมกัน

ชี้เป้า หลากปัญหา ศก.ไทย ห่วง SMEs ตาย ปชช.ถูกต่างชาติแย่งอาชีพ

ด้าน ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ ชี้ ประเทศไทยมีหลายปัญหาต้องเร่งแก้ไข ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน การปรับโครงสร้างพลังงาน การแก้ปัญหาสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาทุ่มตลาด การกิโยตินกฎหมายให้ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ การเพิ่มขีดความสามารถแรงงาน การสนับสนุนการลงทุน เทคโนโลยี รวมทั้งการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เป็นต้น

ขณะที่นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. ห่วงทั้ง SMEs และประชาชน ฝากให้รัฐบาลใหม่ช่วยดูแลภาคธุรกิจ SMEs หนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ผ่อนคลายความเข้มงวดในการอนุมัติเงินกู้ นอกจากนี้ ควรป้องกันสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ เข้มงวดด่านตรวจสอบให้มากขึ้น ทั้งยังอยากให้ปราบปรามแรงงานต่างชาติ ที่เข้ามาแย่งงาน-แย่งอาชีพคนไทย โดยแห่เข้ามาขายของเป็นพ่อค้า-แม่ค้า ในย่านธุรกิจการค้าของไทยมากขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์