แม้ฟากฝั่งการเมืองไทย จะมีอุบัติเหตุทางการเมือง ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจไม่น้อย โดยเฉพาะด้านความเชื่อมั่นการลงทุนไทย แต่เมื่อถึง ณ เวลานี้ คนไทยได้ทราบตัวบุคคลขึ้นมาเป็นว่าที่นายกฯ รัฐมนตรีคนใหม่เรียบร้อยแล้ว หลังสภาผู้แทนราษฎร โหวตเห็นชอบให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้คาดหวังได้ว่า จะเห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ในเร็ววันนี้
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ไม่รอช้า โดยหลังกล่าวแสดงความยินดีกับนางสาวแพทองธาร แล้ว ก็ชี้เป้า มีปัญหาเศรษฐกิจรอการแก้ไข 6 เรื่องด่วน เพื่อฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น ที่กำลังต้องการการฟื้นตัวอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย
1\. รักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่แข็งค่ามากเกินไป ซึ่งจะเอื้อต่อภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตต่อเนื่อง
2\. การรักษาโมเมนตัมภาคการท่องเที่ยว โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวเข้ามาเดือนละ 3 ล้านคน ส่วนนี้อยากให้มีการผลักดันและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว รวมถึงการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดจนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 36-37 ล้านคน ขณะเดียวกัน ควรรณรงค์ ‘เมืองน่าเที่ยว’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การท่องเที่ยวโดดเด่นและเกิดการกระจายตัว กระจายรายได้จากแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลักไปสู่เมืองน่าเที่ยว รวมถึงเดินหน้าแผนการกระจายการลงทุนไปจังหวัดนำร่อง 10 จังหวัด ที่หอการค้าฯ ได้ทำร่วมมาช่วงก่อนหน้านี้ต่อ
3\. การเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ เพื่อให้การส่งออกของไทยให้ขยายตัวได้ในช่วงที่เหลือไม่ต่ำกว่า 2% ต่อเนื่องจากที่ช่วงก่อนหน้านี้ไปเชิญชวนให้มีการเจรจาและเชิญหลายบริษัทมาลงทุนที่ประเทศไทย
4\. การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ให้กระจายไปทุกภูมิภาค ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างเด่นชัด และควรเร่งจัดทำงบประมาณปี 2568 ให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการหรือในกรอบระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อในปีที่ผ่านมา
5\. การแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ทั้งมาตราการเยียวยาและการกระตุ้นเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง รวมถึง มาตรการปกป้องและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากสินค้านำเข้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากจีน
6\. พรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพ สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่เป็นตัวจริงด้านการค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งหอการค้าไทยมีหอการค้าในทุกจังหวัดที่พร้อมจะทำงานสนับสนุนร่วมกันกับภาครัฐ
สิ่งที่ภาคเอกชนเห็นคือการที่มีนายกรัฐมนตรีได้เร็วทำให้ประเทศไม่เกิดสุญญากาศ ส่วนนี้ทำให้เรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว ส่วนความเป็นห่วงประเด็นที่ประเทศไทยมีนายกฯ หญิงที่อายุน้อยนั้น มองว่า ขึ้นอยู่ที่การแสดงความเป็นผู้นำและการบริหารราชการแผ่นดินหลังจากนี้
“ภาคเอกชนอยากเห็นการทำงานเป็นทีมกับพรรคร่วมรัฐบาลมากขึ้น ก็จะทำให้การทำงานของ ครม. ชุดใหม่ มีเอกภาพและเสถียรภาพ”
— นายสนั่น กล่าว
นายสนั่นยังชี้ หลายมาตรการของอดีต นายกฯเศรษฐา ดำเนินการไว้ โดยเฉพาะการเปิดประตูการค้า และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องเดินหน้าสานต่อ โดยมีการกำหนดกระทรวงหรือผู้รับผิดชอบขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวข้อง Soft Power ส่วนนี้หอการค้าเห็นว่าเป็นเรื่องที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบและสามารถที่จะต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของไทยได้อยู่แล้ว ซึ่งเอกชนเห็นด้วยว่าควรเดินหน้าขับเคลื่อนในประเด็นนี้ต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ยังต้องดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ยังเป็นปัญหาของไทยที่ยังขาดบุคลากรที่มีความพร้อมในด้านทักษะที่เพียงพอ ตลอดจนปัญหาด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ยังสูงและกฎหมายที่ล้าสมัยไม่เอื้อต่อการเข้ามาลงทุน สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องแก้ไข ซึ่งนอกจากที่รัฐบาลจะเป็นเซลล์แมนแล้วจะต้องปิดการขายให้ได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประเทศไทยมีจีดีพีเติบโตเฉลี่ย 2% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพและไม่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้นในระยะกลางและระยะยาว เป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องวางกลยุทธ์สำหรับประเทศ เพื่อทำให้จีดีพีของไทยเติบโตไม่ต่ำกว่า 3 - 5% ต่อปี
ส.อ.ท. ไม่เกี่ยงใครเป็นนายกฯ หวังตั้งรัฐบาลใหม่เร็ว ฟื้นเชื่อมั่น
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวย้ำ แม้ ส.อ.ท. ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับการเมืองโดยตรง แต่ยังเชื่อในหลักการว่า “ไม่ว่าจะเป็นแมวสีอะไร ก็ขอให้จับหนูได้” ดังนั้น ภารกิจต่าง ๆ ของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา ขอให้ทำได้ตามเป้าที่วางไว้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมสะท้อนการเมืองไทย ทำภาคธุรกิจและต่างประเทศมีความกังวลเรื่อง ‘การจัดตั้งรัฐบาล’ ขอจัดตั้งอย่างรวดเร็ว และมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นของประเทศกลับมาเป็นอย่างแรก
“อยากเห็นการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ซึ่งจากที่เห็น คือ พรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังหนักแน่น ซึ่งถ้า ครม. สามารถฟอร์มทีมได้เร็ว ก็จะเป็นความเชื่อมั่นที่สอง ต่อมาคือ การแถลงนโยบาย ถ้าเป็นพรรคเดิมๆ การดำเนินนโยบายหลักก็จะยังไปในทิศทางเดิม มีความต่อเนื่อง ก็จะเป็นการช่วยดึงความเชื่อมั่นกลับมาเป็นครั้งที่สาม เป็นกำลังใจให้ฟอร์มรัฐบาลได้โดยเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่างชาติกลับมา หลังจากที่ต่างชาติ wait and see มานาน”
— นายเกรียงไกร กล่าว
นายเกรียงไกร ยังมองว่า ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือเรื่องปัญหาปากท้อง และเศรษฐกิจ ดังนั้น มาตรการต่างๆ จะต้องรีบออกมาโดยเร็วที่สุด และต้องทำงานร่วมกับเอกชนในการแก้ปัญหาร่วมกัน
ชี้เป้า หลากปัญหา ศก.ไทย ห่วง SMEs ตาย ปชช.ถูกต่างชาติแย่งอาชีพ
ด้าน ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ ชี้ ประเทศไทยมีหลายปัญหาต้องเร่งแก้ไข ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน การปรับโครงสร้างพลังงาน การแก้ปัญหาสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาทุ่มตลาด การกิโยตินกฎหมายให้ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ การเพิ่มขีดความสามารถแรงงาน การสนับสนุนการลงทุน เทคโนโลยี รวมทั้งการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เป็นต้น
ขณะที่นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. ห่วงทั้ง SMEs และประชาชน ฝากให้รัฐบาลใหม่ช่วยดูแลภาคธุรกิจ SMEs หนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ผ่อนคลายความเข้มงวดในการอนุมัติเงินกู้ นอกจากนี้ ควรป้องกันสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ เข้มงวดด่านตรวจสอบให้มากขึ้น ทั้งยังอยากให้ปราบปรามแรงงานต่างชาติ ที่เข้ามาแย่งงาน-แย่งอาชีพคนไทย โดยแห่เข้ามาขายของเป็นพ่อค้า-แม่ค้า ในย่านธุรกิจการค้าของไทยมากขึ้น




