รัฐบาลเร่งมาตรการพลังงาน ดูแลดีเซล-เบนซิน วอนอย่าตุนน้ำมัน

9 มี.ค. 2569 - 20:28

  • กระทรวงพลังงาน ยืนยันไทยมีน้ำมันสำรอง 95 วัน ดูแลราคาดีเซล-เบนซินใกล้ชิด

  • เพิ่มสต็อกน้ำมันจาก 1% เป็น 3% ปรับไบโอดีเซล B5 เป็น B7 ลดนำเข้า

  • จัดหาก๊าซทดแทนกรณีขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ สะดุด ย้ำไฟฟ้าไม่ขาดแคลน

รัฐบาลเร่งมาตรการพลังงาน ดูแลดีเซล-เบนซิน วอนอย่าตุนน้ำมัน

รัฐบาลเร่งมาตรการพลังงาน รับมือสงครามตะวันออกกลาง คุมดีเซล-เบนซิน วอนอย่ากักตุนน้ำมัน

รัฐบาลเดินหน้ามาตรการดูแลเสถียรภาพพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยยืนยันว่าประเทศไทยยังมีปริมาณสำรองพลังงานเพียงพอ และมีแผนรับมือทั้งด้านน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า

โดยวันนี้ (9 มีนาคม 2569) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

ภายหลังการประชุม พิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมแผนรองรับกรณีเลวร้าย หากการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ เกิดปัญหา โดยอยู่ระหว่างจัดหาแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่จากหลายประเทศ

ปัจจุบัน ปตท. อยู่ระหว่างจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ มาเลเซีย และ ออสเตรเลีย เพื่อลดความเสี่ยงด้านอุปทาน ขณะที่การนำเข้าน้ำมันจาก รัสเซีย ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเนื่องจากมีความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

รัฐบาลได้ออกมาตรการรักษาเสถียรภาพปริมาณน้ำมันสำรองอย่างเข้มงวด โดยปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่ประมาณ 95 วัน ซึ่งยังอยู่ในระดับที่มั่นคง

ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมแผนรองรับผลกระทบด้านราคาพลังงานภายหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล โดยจะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน หากมีความจำเป็นอาจมีการปรับขึ้นราคาแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนในตลาดโลก และลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

สำหรับภาคอุตสาหกรรม หากผู้ประกอบการรายใดประสบปัญหาในการจัดซื้อน้ำมันจากผู้ค้ารายเดิม สามารถนำหลักฐานใบสั่งซื้อน้ำมันย้อนหลัง 2 เดือน ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือสำนักงานพลังงานจังหวัด เพื่อขอซื้อน้ำมันได้ตามปกติ

ด้าน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ระบุว่า กระทรวงพลังงาน ได้เร่งดำเนินมาตรการเสริมความมั่นคงพลังงานหลายด้าน โดยกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันปรับสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพิ่มจาก 1% เป็น 3% ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศได้อีกประมาณ 7 วัน

thai-energy-middleeast-war-SPACEBAR-Photo01.jpg

ขณะเดียวกัน เตรียมปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 คาดว่าจะมีผลภายในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้

นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ E20 ผ่านการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกให้มีส่วนต่างจาก E10 มากขึ้น เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 เพิ่มขึ้น

ในส่วนของระบบไฟฟ้า กระทรวงพลังงาน ได้เตรียมจัดหาก๊าซธรรมชาติทดแทนในกรณีที่การขนส่งพลังงานผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ เกิดข้อจำกัด โดยเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติใน อ่าวไทย รวมถึงเพิ่มการนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ซึ่งปริมาณพลังงานที่จัดหาเพิ่มเติมดังกล่าวเทียบเท่ากับการนำเข้า LNG ประมาณ 2 ลำเรือ

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังคงมาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่อไปอีก 2 เดือน ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส การตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์เพื่อลดการใช้น้ำมัน รวมถึงการพิจารณารูปแบบการทำงานจากที่บ้าน (WFH) โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่สำนักงานประกอบด้วย

รัฐบาลย้ำว่ามาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลกต่อเศรษฐกิจและประชาชนให้ได้มากที่สุด

ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นเบนซิน-แก๊สโซฮออล์ 50 สต.

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ ราคาน้ำมันก็สุดอั้น ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในประเทศ ได้ประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมัน โดย ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (โออาร์) และ บางจาก คอร์ปอเรชั่น ปรับราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดเพิ่มขึ้น 0.50 บาทต่อลิตร

ขณะที่น้ำมัน E20 และ E85 ปรับลดลง 0.50 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลและ Premium GSH95 ยังคงราคาจำหน่ายเดิม โดยการปรับราคาครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์