สมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ เมื่อรัฐส่งเสริม โอกาสใครบ้าง?

27 ส.ค. 2566 - 15:30

  • รัฐบาล เล็งส่งเสริมสมุนไพรไทยเพิ่ม ลุยวิจัยและพัฒนา

  • ปูทางสู่การขยายตลาด มูลค่า 1 แสนล้านบาท ภายในปี 2570

Thai_herbs_market_research_development_EE_Ci_SPACEBAR_Hero_db31d2da7a.jpeg
สมุนไพรไทย โดดเด่นไม่แพ้ชาติในในโลก แค่เบื้องต้น 5 ชนิด ที่เป็นที่ต้องการของโลก คือ กระชายดำ ไพล ขมิ้นชัน กวาวเครือขาว บัวบก และผลิตภัณฑ์ลูกประคบ ก็ขายดิบขายดี เป็นที่ต้องการทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังมีอีกมากที่สามารถนำไปต่อยอดใช้หลากหลาย ทั้งในวงการแพทย์และภาคธุรกิจ นี่จึงจะเป็นอีกโอกาสของการเพิ่มกำลังการผลิตหรือไม่? หลังรัฐเริ่มเปรยแนวทางส่งเสริม 
  
ล่าสุด รองโฆษกรัฐบาล ‘รัชดา ธนาดิเรก’ เผยถึงเรื่องนี้ เกี่ยวกับแนวทางที่รัฐบาลมองเห็น โดยชี้ สมุนไพรไทย มีศักยภาพโดดเด่น เป็นที่ยอมรับ จึงเตรียมผลักดันสมุนไพรไทยในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตลาดปีที่แล้ว (2565) มีมูลค่าสูงถึง 5.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปี 2564 ซึ่งมีมูลค่าราว 4.8 หมื่นล้านบาท และได้คาดการณ์เป้าหมายในปี 2570 ให้ขนาดตลาดวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรของไทยเพิ่มขึ้นถึงกว่า 1 แสนล้านบาท  

เล็งแนวทางเติบโต ที่เป็นไปได้ ต่อยอดสมุนไพรกว่า 1,800 ชนิด 

ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า สมุนไพรไทย กำลังมีความต้องการนำไปใช้ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Health and Wellness อีกมาก โดยสมุนไพรจะเป็นวัตถุดิบในการผลิตอย่างหลากหลายทั้ง เครื่องสำอาง ยาและอาหารเสริม โดยในปี 2563 มีมูลค่าตลาดรวม 9.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะขยับไปสู่ระดับ 16.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2573 ด้วยอัตราเฉลี่ยเติบโตร้อยละ 6.5 ต่อปี ซึ่งด้วยความเชื่อมั่นต่อสมุนไพร ผู้ประกอบการไทย และความได้เปรียบด้านวัตถุดิบที่ไทยมีสมุนไพรกว่า 1,800 ชนิดที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมได้ ทำให้รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาสมุนไพรไทยมาอย่างต่อเนื่อง 

EECi ‘วิจัย-พัฒนา’ สมุนไพร 

จากนี้ไป คนไทยจะรู้จัก EECi มากขึ้น เพราะหน่วยนี้เป็น ‘เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก’ ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษ และตัวย่อว่า Eastern Economic Corridor of Innovation : EECi ที่ในแง่ของการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรนั้น จะเป็นการทำงานร่วมกันกับ นักวิจัยด้านพืชสมุนไพร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 

สมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ มีอะไรบ้าง? 

สำหรับแนวทางการทำงานเกี่ยวกับ ‘พืชสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ’ มีการกล่าวถึงพืช 5 ชนิด ประกอบด้วย บัวบก ขมิ้นชัน กระชายดำ ฟ้าทะลายโจร และกะเพรา ที่จากนี้ไปเราคงได้เห็นการเพิ่มศักยภาพ-เสถียรภาพทางการผลิต-คุณภาพทางการผลิต ที่จะนำสู่การต่อยอดด้านความมั่นคงทางอาหาร ใช้เกษตรแม่นยำ นำเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัลมาช่วย ทั้งในการเพาะปลูก และเพิ่มผลผลิต 
 
อย่างไรก็ตาม นอกจากส่วนของงานวิจัยและพัฒนาแล้ว รัฐบาลยังจะเชื่อมโยงผู้ประกอบการสมุนไพรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรด้วยงานวิจัยเกษตรสมัยใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ระหว่างนักวิจัยด้านพืชและผู้ประกอบการ ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะสร้างความยั่งยืน และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ตลาดสมุนไพรไทย อีกทั้งจะเป็นกลไกสนับสนุนภาคเอกชนในหลายส่วนได้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 
 
ทั้งนี้ รัฐบาลผลักดันนโยบายสนับสนุนส่งเสริมสมุนไพรไทยมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 – 2567 ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ เพื่อการผลิตสมุนไพรได้มาตรฐาน มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ส่งเสริมความเชื่อมั่นในการใช้สมุนไพร รวมทั้ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ 
 
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาเกษตรกรสมุนไพร และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องในทุกส่วน พร้อมนำนวัตกรรม เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยธุรกิจของคนไทย เพื่อความก้าวหน้าของสินค้าสมุนไพรไทย เติมเต็มในทุกศักยภาพ พัฒนาอย่างสมดุล และยั่งยืน” นางสาวรัชดาฯ กล่าว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์