นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผยถึงการประชุมข้าวนานาชาติ เมื่อ 6-7 มีนาคม 67 ณ เมืองดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ว่า เป็นโอกาสที่ดี ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมค้าข้าวทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 400 ราย จาก 30 ประเทศทั่วโลกมาเข้าร่วม ทำให้ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลการผลิตและการค้าข้าว อีกทั้งยังจะส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือทางการค้าข้าว ระหว่าง สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยและสมาคมอาหารเวียดนาม ในฐานะผู้ส่งออกข้าวสำคัญของโลก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกประเทศต่างรับรู้สถานการณ์การค้าข้าวของโลกปี 2567 ว่ายังอาจต้องเผชิญปัจจัยหลากหลาย ทั้งด้านสภาพภูมิอากาศ น้ำ มาตรการควบคุมการส่งออกข้าวของอินเดีย นโยบายการนำเข้าข้าวจากประเทศผู้นำเข้าข้าวสำคัญ รวมถึงความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการค้าข้าวของโลกในปัจจุบัน ซึ่งทุกประเทศต้องหาทางรับมือแก้ปัญหา
ขณะที่อีกด้าน ยังมีการประชุมความร่วมมือทางการค้าข้าวไทย – เวียดนาม ครั้งที่ 17 ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งของไทย-เวียดนาม ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศของไทย ร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม สมาคมอาหารเวียดนาม และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ยังร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลข้าว กระชับความสัมพันธ์กับเวียดนาม
โดยในปี 2566 เวียดนามส่งออกข้าวปริมาณ 8.13 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปีก่อน โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีน และคาดการณ์ว่าในปี 2567 เวียดนามจะมีการส่งออกข้าวประมาณ 6.5 – 7.0 ล้านตัน พร้อมทั้งได้หารือถึงความท้าทายที่อาจกระทบต่อการส่งออกข้าวในปี 2567 ของทั้งสองประเทศในฐานะผู้ส่งออกข้าวสำคัญของโลก
ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการพาณิชย์พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือทางการค้าข้าวระหว่างสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยและสมาคมอาหารเวียดนามเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

การไปเวียดนามครั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ ยังชูข้าวไทย ด้วยจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับภาพลักษณ์ที่ดีและความโดดเด่นของข้าวไทย ทั้งในด้านความหลากหลาย คุณภาพมาตรฐาน และรสชาติ ภายใต้ concept “Taste the Authentic Thai Cuisine with Premium Thai Rice”
โดยจัดแสดงตัวอย่างข้าวไทยชนิดต่างๆ อาทิ ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวกล้องอินทรีย์ ข้าวขาวพื้นนุ่ม RJ44 รวมถึงข้าวคุณลักษณะพิเศษ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสังข์หยด และข้าว กข43 เป็นต้น ควบคู่ไปกับเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในฐานะผู้ส่งออกข้าวคุณภาพของโลก ให้แก่ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศที่เข้าร่วมงานฯ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดข้าวไทย
รวมทั้งยังได้ส่งเสริมการใช้ Soft Power อาหารไทยผ่านกิจกรรมสาธิตการปรุงอาหารไทย โดยเชฟจากร้านที่ได้รับตรา Thai Select นำเสนอเมนูปลากะพงสามรสให้ผู้เยี่ยมชมคูหากรมฯ ได้รับประทานคู่กับข้าวหอมมะลิไทยและข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งได้รับผลตอบรับจากผู้ที่ได้ทดลองชิมภายในงานเป็นอย่างดี





