จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพและเอกลักษณ์แรงงานอาชีวศึกษาไทย ที่มีผลศึกษาระบุว่า แรงงานอาชีวะไทยมีเอกลักษณ์อันเป็นที่ยอมรับและต้องการในตลาดแรงงานทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทักษะฝีมือและความชำนาญสูง นอกจากนี้ แรงงานอาชีวะไทยยังมีความแตกต่างจากแรงงานอาชีวะประเทศอื่น โดยแรงงานอาชีวะไทยมีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ เป็นมิตร กินอยู่ง่าย และมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งทำให้นายจ้างเกิดความประทับใจ ... หากนักศึกษาและแรงงานอาชีวะไทยได้รับการสนับสนุนโดยการเพิ่มทักษะความรู้เฉพาะทาง รวมถึงการสื่อสารภาษาต่างประเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ จะทำให้นักเรียนและแรงงานอาชีวะไทยมีความโดดเด่นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย (https://www.chula.ac.th/highlight/148530/) นี่จึงเป็นสิ่งที่ นายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เห็นถึงความสำคัญของนักเรียนและแรงงานอาชีวศึกษาไทยต่อภาคอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเผยถึงเรื่องนี้ พร้อมชี้ ‘นายกฯ เศรษฐา’ ได้สั่งการเดินหน้านโยบายยกระดับระบบอาชีวศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล เสริมทักษะขั้นสูงและเฉพาะทาง รวมถึงทักษะที่มีแนวโน้มจำเป็นในอนาคต เพื่อให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ พร้อมแสวงหาความร่วมมือด้านอาชีวศึกษากับประเทศต่างๆ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นักเรียนและบุคลากร และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน รวมถึงแก้ปัญหาความขัดแย้ง ส่งเสริมภาพลักษณ์อาชีวศึกษาไทยในเชิงบวก เพื่อสนับสนุนให้มีการเรียนสายอาชีพมากขึ้น แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะมีฝีมือจากอาชีวศึกษาในหลายอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ
“นายกรัฐมนตรีกำหนดนโยบายในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนและแรงงานด้านอาชีวศึกษา โดยเชื่อว่านักเรียนและแรงงานอาชีวะมีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ มีศักยภาพเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยรัฐบาลเดินหน้าเสริมจุดแข็งแก่ระบบอาชีวศึกษาไทย ทั้งการ Upskill และ Reskill ส่งเสริมการพัฒนาทักษะใหม่ที่จำเป็น ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถทางการแข็งขันของแรงงานไทยในระดับโลก”
— โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว




