ช่องโหว่ไซเบอร์ เปิดเผยแล้ว ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
หลายองค์กรอาจคิดว่า เมื่อช่องโหว่ถูกค้นพบและผู้ผลิตออกแพตช์แล้ว ความเสี่ยงก็จบลง แต่ในทางปฏิบัติกลับตรงกันข้ามเมื่อข้อมูลช่องโหว่ถูกเปิดเผย ผู้โจมตี สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ค้นหาระบบที่ยังไม่ได้อัปเดตได้ทันที โดยเฉพาะระบบที่เปิดให้เข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ ThaiCERT ระบุว่า พฤติกรรมที่พบมีตั้งแต่การสแกนหาระบบที่ไม่มี Security Patch การเจาะซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าหรือหมดระยะสนับสนุน ไปจนถึงการนำช่องโหว่หลายรายการมาใช้ร่วมกัน หรือ Vulnerability Chaining เพื่อเพิ่มสิทธิ์และขยายการควบคุมระบบ
จากรายงานของ Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) พบช่องโหว่ใหม่จำนวน 18,358 รายการ (Common Vulnerabilities and Exposures: CVEs) โดยมีช่องโหว่จำนวน 10,342 รายการ ที่ถูกจัดอยู่ในระดับความรุนแรง สูง (High Severity) หรือวิกฤต (Critical) ส่งผลให้องค์กรจำนวนมากประสบปัญหาในการตรวจสอบ ทดสอบ และติดตั้งแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่เหล่านี้ให้ทันต่อสถานการณ์
ไม่ใช่แค่ Critical ก็โดนได้
อีกประเด็นที่องค์กรต้องระวังคือ การจัดลำดับความสำคัญของช่องโหว่จาก CVSS Score เพียงอย่างเดียว
CISA ระบุว่า ผู้โจมตีไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับช่องโหว่ระดับ Critical แต่สามารถนำช่องโหว่ระดับ High, Medium หรือ Low หลายรายการมาใช้ร่วมกันจนกลายเป็นเส้นทางโจมตีได้
ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในปี 2021 คือการนำช่องโหว่ระดับ High จำนวน 4 รายการมาใช้ร่วมกันเพื่อโจมตีระบบ Microsoft Exchange Server
โจทย์จึงไม่ใช่เพียงว่า “ช่องโหว่นี้รุนแรงแค่ไหน?” แต่ต้องถามต่อว่า “ช่องโหว่นี้กำลังถูกใช้โจมตีจริงหรือไม่?”
KEV สิ่งที่ทีมไอทีต้องจับตา
ThaiCERT แนะนำให้องค์กรตรวจสอบระบบและผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานกับรายการ Known Exploited Vulnerabilities (KEV) ที่เป็นช่องโหว่ที่มีหลักฐานว่าถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง หากพบว่าระบบมีช่องโหว่ในกลุ่มดังกล่าว ควรเร่งติดตั้งแพตช์จากผู้ผลิต กำหนดกรอบเวลาการแก้ไขตามระดับความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการใช้งานซอฟต์แวร์ที่หมดระยะการสนับสนุน
ที่สำคัญ แพตช์ไม่ใช่จุดจบของการตรวจสอบ
หากมีความเป็นไปได้ว่าระบบถูกโจมตีก่อนติดตั้งแพตช์ องค์กรควรตรวจสอบ Log และอุปกรณ์เครือข่าย รวมถึงค้นหาสัญญาณผิดปกติ เช่น การล็อกอินที่ไม่ปกติ การสร้างบัญชีใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงค่าการตั้งค่าระบบ
4 งานเร่งด่วนขององค์กร
Scan ตรวจสอบว่าระบบมีช่องโหว่ KEV หรือไม่
Patch ติดตั้ง Security Update จากผู้ผลิตโดยเร็ว
Hunt ตรวจสอบย้อนหลังว่ามีสัญญาณการบุกรุกหรือไม่
Manage ปรับกระบวนการ Vulnerability Management ให้สามารถตอบสนองต่อช่องโหว่ที่ถูกโจมตีจริงได้อย่างรวดเร็ว
ในโลกไซเบอร์ ช่องโหว่ที่มีแพตช์แล้ว แต่ยังไม่ได้ติดตั้ง ก็ยังเป็นช่องโหว่ที่ใช้งานโจมตีได้ หนทางที่ดีที่สุดในยุคนี้คือ ทุกองค์กรต้องตื่นตัว เข้าใจ ไม่ประมาท เร่งปิดช่องโหว่ก่อนต้องเผชิญกับภัยคุกคาม




