ปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM กล่าวว่า ไทยคมมีแผนจะเพิ่มบริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตด้วยบริการสื่อสารความเร็วสูงผ่านดาวเทียมกลางทะเล โดยปัจจุบันได้ให้บริการ แพลตฟอร์ม ‘นาวา’ เพื่ออำนวยความสะดวก ด้านการสื่อสารแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการเดินเรือและอุตสาหกรรมนอกชายฝั่งแบบครบวงจร หลังจากไทยคมประมูลได้สิทธิวงโคตรดาวเทียมเพิ่มและมีแผนที่จะสร้างดาวเทียม 3 ดวง ทำให้ความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับมา และยังเป็นโอกาสดีที่ดาวเทียมชุดใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีอวกาศที่ทันสมัย ยกระดับบริการสื่อสารกลางทะเลให้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจกลางทะเลของผู้ประกอบการ เพิ่มความปลอดภัย และช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารให้กับลูกเรือและผู้โดยสาร
“การปฏิบัติภารกิจทางทะเลมีความต้องการสื่อสารข้อมูล มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อส่งรายงานแบบเรียลไทม์ การบริหารจัดการข้อมูลเรือ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ IOT ตลอดจนการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิโอ ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม ช่วยให้ปฏิบัติภารกิจบนท้องทะเลได้ง่ายขึ้น”
ซีอีโอไทยคม กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่ใช้แพลตฟอร์มอยู่แล้วด้วยจำนวนเรือ 120 ลำ และแท่นขุดเจาะน้ำมันจำนวน 2-3 แห่ง และได้ขยายพันธมิตรกับผู้ให้บริการดาวเทียมทั่วโลก เพื่อโรมมิ่งสัญญาณ ซึ่งสามารถให้บริการได้ทั่วโลก ล่าสุด มีลูกค้าสนใจเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้า จากประเทศญี่ปุ่น ที่ทำธุรกิจแผนที่การเดินเรือทางทะเล
ธุรกิจนี้ถือเป็นการสร้างรายได้ที่ดี โดยมีรายได้อยู่ที่ 5-6 หมื่นบาทต่อลำต่อเดือน ขณะที่แท่นขุนน้ำมันมีรายได้อยู่ที่ 3 แสนต่อเดือน โดยคาดว่า ในปีนี้ จะมีการเติบโตไม่น้อยกว่า 20%
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตบริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมถ่ายภาพ เพื่อใช้ตรวจสอบผลผลิตทางการเกษตร และวางแผนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการดูแลปริมาณคาร์บอนด้วย
“แผนระยะยาว ไทยคมจะมีบริการที่ให้ลูกค้าใช้ภาพถ่ายดาวเทียมร่วมกับ AI วิเคราะห์เรื่องการดูดซับคาร์บอน ใครที่มีพื้นที่ของธุรกิจอยู่กับป่า ลูกค้าสามารถมาใช้โซลูชันนี้ วิเคราะห์เพื่อวางแผนกับธุรกิจของเขา เรื่องการดูดซับคาร์บอน โดยเราให้บริการได้ในหลายอุตสาหกรรมและเข้าไปในต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมผสมกับข้อมูลโดรนจะได้ข้อมูลที่แม่นยำเอาไปใช้กับธุรกิจ ภายใต้ต้นทุนต่ำเพราะไม่ต้องไปสร้างดาวเทียมเอง บริการนี้ในประเทศไทยยังไม่มีใครทำ ตลาดของเรามีหลายพื้นที่รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน” ซีอีโอไทยคม กล่าว
“การปฏิบัติภารกิจทางทะเลมีความต้องการสื่อสารข้อมูล มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อส่งรายงานแบบเรียลไทม์ การบริหารจัดการข้อมูลเรือ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ IOT ตลอดจนการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิโอ ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม ช่วยให้ปฏิบัติภารกิจบนท้องทะเลได้ง่ายขึ้น”
ซีอีโอไทยคม กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่ใช้แพลตฟอร์มอยู่แล้วด้วยจำนวนเรือ 120 ลำ และแท่นขุดเจาะน้ำมันจำนวน 2-3 แห่ง และได้ขยายพันธมิตรกับผู้ให้บริการดาวเทียมทั่วโลก เพื่อโรมมิ่งสัญญาณ ซึ่งสามารถให้บริการได้ทั่วโลก ล่าสุด มีลูกค้าสนใจเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้า จากประเทศญี่ปุ่น ที่ทำธุรกิจแผนที่การเดินเรือทางทะเล
ธุรกิจนี้ถือเป็นการสร้างรายได้ที่ดี โดยมีรายได้อยู่ที่ 5-6 หมื่นบาทต่อลำต่อเดือน ขณะที่แท่นขุนน้ำมันมีรายได้อยู่ที่ 3 แสนต่อเดือน โดยคาดว่า ในปีนี้ จะมีการเติบโตไม่น้อยกว่า 20%
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตบริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมถ่ายภาพ เพื่อใช้ตรวจสอบผลผลิตทางการเกษตร และวางแผนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการดูแลปริมาณคาร์บอนด้วย
“แผนระยะยาว ไทยคมจะมีบริการที่ให้ลูกค้าใช้ภาพถ่ายดาวเทียมร่วมกับ AI วิเคราะห์เรื่องการดูดซับคาร์บอน ใครที่มีพื้นที่ของธุรกิจอยู่กับป่า ลูกค้าสามารถมาใช้โซลูชันนี้ วิเคราะห์เพื่อวางแผนกับธุรกิจของเขา เรื่องการดูดซับคาร์บอน โดยเราให้บริการได้ในหลายอุตสาหกรรมและเข้าไปในต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมผสมกับข้อมูลโดรนจะได้ข้อมูลที่แม่นยำเอาไปใช้กับธุรกิจ ภายใต้ต้นทุนต่ำเพราะไม่ต้องไปสร้างดาวเทียมเอง บริการนี้ในประเทศไทยยังไม่มีใครทำ ตลาดของเรามีหลายพื้นที่รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน” ซีอีโอไทยคม กล่าว



