ไทยสู่ผู้สร้าง AI ศุภชัยชู 5 ยุทธศาสตร์สร้าง AI Economy

29 ส.ค. 2569 - 09:30

  • ศุภชัย ชี้โจทย์ไทยต้องพ้นจากการเป็นเพียงผู้ใช้ AI สู่การสร้างคน ธุรกิจ และมูลค่าจาก AI

  • เสนอ 5 ยุทธศาสตร์ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน–Startup–AI Talent–การศึกษา–Sovereign AI

  • AWS-CP ตั้งเป้าพัฒนาทักษะ Cloud และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคนภายใน 5 ปี

ไทยสู่ผู้สร้าง AI ศุภชัยชู 5 ยุทธศาสตร์สร้าง AI Economy

จากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง AI
ไทยจะสร้างเศรษฐกิจจาก AI ได้จริงหรือไม่?

AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงานและการทำธุรกิจ ตั้งแต่การเงิน เกษตรกรรม โลจิสติกส์ การแพทย์ ไปจนถึงการศึกษา ทำให้ประเทศไทยกำลังเจอโจทย์สำคัญว่า จะเป็นเพียง ‘ผู้ใช้’ เทคโนโลยีจากต่างประเทศ หรือจะก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้สร้าง’ และสร้างมูลค่าจาก AI ได้ด้วยตัวเอง

โจทย์นี้สะท้อนผ่านความร่วมมือระหว่าง Amazon Web Services (AWS) เครือเจริญโภคภัณฑ์ Arise และทรู ที่ต้องการเร่งพัฒนาการใช้ Cloud และ AI ในประเทศไทย พร้อมตั้งเป้าพัฒนาทักษะด้าน Cloud และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคนภายใน 5 ปี ขณะที่ AWS มีแผนลงทุนและขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่องถึงปี 2039

ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า เป้าหมายของไทยไม่ควรหยุดอยู่ที่การทำให้คนไทยใช้ AI ได้ แต่ต้องสร้างคน สร้างธุรกิจ และสร้างระบบที่ทำให้ไทยสามารถสร้างมูลค่าจาก AI ได้เอง

เพราะหากไทยยังใช้เทคโนโลยีที่คนอื่นสร้างขึ้นเป็นหลัก ประเทศจะได้ประโยชน์จากการใช้งาน แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของมูลค่าที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่ AI

thailand-ai-economy-SPACEBAR-Photo01.jpg

AI Economy ต้องสร้างทั้งระบบ

ศุภชัย เผยว่า การสร้างเศรษฐกิจจาก AI ไม่ใช่แค่การพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน แต่ต้องสร้างระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ พลังงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ Cloud โครงข่าย เซมิคอนดักเตอร์ ข้อมูล บุคลากร Startup ไปจนถึงการนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ที่ต้องใช้พลังงานสูง ไทยจึงต้องเตรียมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดควบคู่กัน เพื่อรองรับการลงทุนและการขยายตัวของธุรกิจในระยะยาว

หากไทยสามารถดึงบริษัทเทคโนโลยีและดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาลงทุนได้มากขึ้น สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่เพียงเงินลงทุน แต่ยังรวมถึงธุรกิจในห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่อุปกรณ์ ระบบเครือข่าย ระบบระบายความร้อน ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงบริการ AI

จากโครงสร้างพื้นฐาน ต้องไปให้ถึงธุรกิจไทย

อย่างไรก็ตาม การมีดาต้าเซ็นเตอร์หรือ Cloud เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ไทยเป็น AI Hub โดย ศุภชัย ชี้ด้วยว่า ไทยต้องสร้างระบบนิเวศของ Startup และธุรกิจเทคโนโลยี โดยเสนอเป้าหมายให้มี Startup 20,000 ราย พร้อมสนับสนุนเงินทุนและ Matching Fund ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา

เป้าหมายสำคัญคือทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปต่อยอดเป็นสินค้า บริการ และธุรกิจใหม่ ไม่ใช่เพียงนำเข้ามาใช้งานในองค์กร เพราะเมื่อเกิดธุรกิจใหม่ ก็จะนำไปสู่การสร้างงานใหม่และความต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูงขึ้นตามมา

‘คน’ คือโจทย์ใหญ่ของ AI Economy

แม้โครงสร้างพื้นฐานจะพร้อม แต่หากไม่มีคนที่ใช้และต่อยอด AI ได้จริง ประเทศก็ยังไม่สามารถสร้างมูลค่าจากเทคโนโลยีได้เต็มที่

AWS และเครือซีพีจึงตั้งเป้าพัฒนาทักษะด้าน Cloud และ AI ให้คนไทยมากกว่า 3 ล้านคนภายใน 5 ปี ผ่านการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ และการนำ AI ไปใช้กับสถานการณ์จริง

thailand-ai-economy-SPACEBAR-Photo02.jpg

ศุภชัย เผยว่า ไทยต้องสร้างคนเป็นลำดับ ตั้งแต่ประชาชนทั่วไปที่มีความรู้พื้นฐานด้าน AI คนทำงานในแต่ละวิชาชีพที่นำ AI มาใช้ได้ ไปจนถึงนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่สามารถแข่งขันในระดับโลก

ดังนั้น AI Talent ไม่ได้หมายถึงเฉพาะโปรแกรมเมอร์ แต่รวมถึงคนในทุกอาชีพที่สามารถนำ AI มาช่วยแก้ปัญหาและสร้างมูลค่าใหม่ได้

การศึกษาต้องสร้างคนที่ ‘ใช้ AI เป็น’

โจทย์จึงขยายไปถึงระบบการศึกษา เพราะการเตรียมคนสำหรับยุค AI ไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์หรือคอมพิวเตอร์

ศุภชัย เผยว่า การศึกษาต้องเปิดโอกาสให้คนทุกสาขาได้เรียนรู้และทดลองใช้ AI กับโจทย์จริง รวมถึงการทำ AI Project และ Startup เพื่อให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้เรียนเพียงทฤษฎี แต่สามารถนำความรู้ไปสร้างงานและธุรกิจได้

เป้าหมายจึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเป็นนักพัฒนา AI แต่ทำให้คนในแต่ละวิชาชีพ “ใช้ AI เป็น และสร้างคุณค่าจาก AI ได้”

จาก AI ที่นำมาใช้ สู่ AI ที่ไทยควบคุมได้

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ Sovereign AI หรือความสามารถของประเทศในการบริหารจัดการเทคโนโลยีและข้อมูลที่มีความสำคัญ โดยศุภชัย เผยว่า ไทยต้องมีทั้งกติกาเรื่อง AI จริยธรรม การคุ้มครองข้อมูล และความสามารถในการพัฒนา AI ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของไทย

โดยเฉพาะเมื่อ AI ถูกนำมาใช้กับข้อมูลประชาชน บริการภาครัฐ และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ประเทศจำเป็นต้องมีระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน และต้องรู้ว่าเทคโนโลยีสำคัญอยู่ภายใต้การควบคุมและการบริหารจัดการของใคร

คำถามใหญ่ ไทยจะเป็น ‘ผู้สร้าง’ ได้หรือไม่?

ภาพที่เกิดขึ้นจึงชัดว่า การสร้าง AI Economy ไม่ใช่เรื่องของบริษัทเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง โครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน ธุรกิจ บุคลากร การศึกษา และกติกาของประเทศ

ความร่วมมือระหว่าง AWS-CP-Arise-True จึงเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะวางองค์ประกอบเหล่านี้ไปพร้อมกัน ตั้งแต่การลงทุนด้าน Cloud และ AI ไปจนถึงการพัฒนาทักษะคนไทย 3 ล้านคน

แต่สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อจากนี้คือ AI จะสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยได้มากแค่ไหน

เพราะการเป็นประเทศที่ใช้ AI เก่ง ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นประเทศที่สร้างมูลค่าจาก AI ได้มากที่สุด

ศุภชัย เผยว่า เป้าหมายสุดท้ายต้องดูว่า AI ช่วยให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นหรือไม่ ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยได้หรือไม่ และทำให้ไทยเข้าไปมีบทบาทใน AI Value Chain ของภูมิภาคและโลกได้มากขึ้นหรือไม่

ดังนั้น การเข้าสู่ยุค AI ของประเทศไทย จึงไม่ใช่เพียงแค่ ‘คนไทยใช้ AI เป็นหรือยัง?’
แต่คือ “ไทยจะสร้างธุรกิจ สร้างงาน และสร้างมูลค่าจาก AI ได้จริงหรือไม่?”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์