Thailand AI Gap ความไม่เท่าเทียมในยุค AI

12 มิ.ย. 2569 - 14:49

  • แผนยุทธศาสตร์ AI มีความชัดเจน มีวิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย AI ในปี 2570

  • การประเมินของ UNESCO ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเผชิญช่องว่างทักษะ AI อย่างมีนัยสำคัญ

  • ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้อง มียุทธศาสตร์พัฒนา AI ที่สร้างความเข้มแข็งจาก ข้างใน คือ ในประเทศ

Thailand AI Gap ความไม่เท่าเทียมในยุค AI

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ออกแบบยุทธศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ดูทะเยอทะยาน ตั้งแต่แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 ไปจนถึงความฝันที่จะเป็น AI Hub of ASEAN แต่เบื้องหลังความทะเยอทะยานเหล่านี้ กลับมี "ช่องว่าง" ที่เรียกได้ว่าเป็น Thailand AI Gap ที่สะท้อนระยะห่างระหว่างสิ่งที่เราต้องการกับสิ่งที่เราสามารถทำได้จริง

ความฝันใหญ่กับความเป็นจริงบนพื้นดิน

แผนยุทธศาสตร์ AI ของไทยไม่ได้ขาดความชัดเจน ตรงข้าม มันมีทั้งวิสัยทัศน์การเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในปี 2570 และเป้าหมายการสร้างบุคลากร AI จำนวนมหาศาล รวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการสร้างกรอบธรรมาภิบาล AI ที่ทันสมัย

เมื่อมองลงไปที่ความเป็นจริง ภาพที่ได้ค่อนข้างแตกต่าง การประเมินของ UNESCO ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเผชิญช่องว่างทักษะ AI อย่างมีนัยสำคัญ โดยขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ประมาณ 80,000 คน ในขณะเดียวกัน การสำรวจของ Access Partnership พบว่า 94% ของนายจ้างต้องการจ้างบุคลากรที่มีทักษะ AI แต่ 64% กลับหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

เมื่อธุรกิจไทยยังลังเลใช้ AI จริง

ภาพของ Thailand AI Gap ปรากฏชัดเจนที่สุดในการใช้งาน AI ของภาคธุรกิจ แม้ความตื่นตัวจะสูง แต่การใช้งานจริงยังจำกัด มีเพียง 18% ของบริษัทในไทยที่ใช้ AI อยู่จริง ทั้งที่มีถึง 74% ที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม

เหตุผลเบื้องหลังช่องว่างนี้มาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่การขาดบุคลากรที่มีทักษะ ข้อจำกัดด้านงบลงทุน ไปจนถึงความไม่แน่ใจในผลตอบแทนจากการลงทุน ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทยยิ่งเผชิญอุปสรรคมากกว่า เพราะต้องต่อสู้กับปัญหาทั้งเรื่องงบประมาณ ความรู้เทคโนโลยี และการเข้าถึงที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

แสงสว่างในความมืด คณะกรรมการ AI แห่งชาติ

ความหวังใหม่เริ่มปรากฏเมื่อรัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติในเดือนเมษายน 2025 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน การก้าวนี้สะท้อนการตระหนักว่า AI ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นประเด็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ต้องมีการบริหารจัดการแบบบูรณาการ

คณะกรรมการชุดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการอุดช่องว่างด้านสถาบัน เพราะยกระดับ AI จากประเด็นที่กระจัดกระจายในแต่ละหน่วยงาน ไปสู่การมีศูนย์กลางที่สามารถติดตามสถานการณ์โลก ปรับแนวทาง และระดมทรัพยากรได้อย่างคล่องตัว

โครงสร้างพื้นฐาน ก้าวยักษ์แต่ยังไม่พอ

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กำลังการผลิตของศูนย์ข้อมูลคาดว่าจะเพิ่มจาก 350 เมกะวัตต์ในปี 2024 เป็นราว 1 กิกะวัตต์ภายในปี 2027 จากเงินลงทุนกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่การเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ปัญหาที่เหลืออยู่คือการกระจายตัวของศูนย์ข้อมูลที่ยังกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ และคุณภาพข้อมูลภาครัฐที่ยังไม่เป็นระบบ ประเทศยังขาดกรอบการจัดการและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา AI ที่มีคุณภาพ

ช่องว่างทักษะ: เมื่อคนอยากเรียนแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะมีช่องว่างด้านจำนวนและทักษะบุคลากร แต่แรงงานไทยกลับมีทัศนคติที่เปิดกว้างต่อ AI อย่างน่าประหลาดใจ งานสำรวจพบว่า 95% ของแรงงานไทยสนใจพัฒนาทักษะ AI เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ

ความสนใจนี้ไม่ได้จำกัดแค่กลุ่มอายุน้อยหรือสายเทคนิค แม้แต่แรงงานกลุ่ม baby boomer ก็มีถึง 97% ที่สนใจจะเรียนรู้ทักษะ AI นายจ้างเองก็พร้อมจ่ายค่าจ้างสูงขึ้น 41% สำหรับคนที่มีทักษะ AI

แต่ช่องว่างสำคัญอยู่ที่ 81% ของแรงงานไม่แน่ใจว่าทักษะ AI จะนำไปใช้กับสายอาชีพใดได้บ้าง และ 89% ของนายจ้างไม่รู้จะออกแบบโปรแกรมฝึกอบรมทักษะ AI อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

ธรรมาภิบาล AI เวทีโลกกับความท้าทายภายใน

ในมิติธรรมาภิบาล ไทยได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศด้วยการเป็นเจ้าภาพ UNESCO Global Forum on the Ethics of AI ครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2025 แต่ภายในประเทศยังเผชิญช่องว่างสำคัญ

แม้จะมีกฎหมายดิจิทัลพื้นฐานอย่าง PDPA และ Cybersecurity Act แต่ยังไม่มีกรอบกฎหมายเฉพาะ AI ที่ครอบคลุมความเสี่ยงเฉพาะของ AI อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ การนำ AI ไปใช้ในโครงการต่างๆ ของรัฐมักไม่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะอย่างเพียงพอ

เส้นทางข้างหน้า จากช่องว่างสู่โอกาส

Thailand AI Gap ไม่ใช่เรื่องที่น่าผิดหวัง แต่เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของสิ่งที่ต้องทำ ความจริงที่ว่าเรามีแผนยุทธศาสตร์ที่ดี มีคณะกรรมการระดับสูง และมีแรงงานที่พร้อมเรียนรู้ แสดงให้เห็นว่าไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง สิ่งที่จำเป็นคือการแปลง "ความตื่นตัว" ให้เป็น "การลงมือทำ" การเปลี่ยน "ความสนใจ" ให้เป็น "ทักษะจริง" และการทำให้ "นโยบายบนกระดาษ" กลายเป็น "ผลลัพธ์ที่จับต้องได้"

ใครจะไปคิดว่าช่องว่างที่ดูเป็นปัญหาวันนี้ อาจกลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีทิศทางและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม หรือบางทีช่องว่างเหล่านี้อาจเป็นเพียงการเตรียมพื้นที่สำหรับ "ความเป็นไปได้" ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราเคยคิด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์