เมื่อ "ข้อมูล" ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือทรัพยากรชาติที่มีมูลค่ามหาศาล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เปิดแผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับแรกของไทย (2568-2570) หวังปั้นเศรษฐกิจชาติด้วย AI และ Data... แต่ฝันนี้จะไปถึงฝั่งหรือไม่ เมื่อข้อมูลรัฐกว่า 74% ยังไม่พร้อมใช้ แถมต้องงัดข้อกับกำแพงกฎหมายและระบบไซโลที่ฝังรากลึก?
ลองจินตนาการถึงประเทศที่หมอรู้ล่วงหน้าว่าโรคระบาดจะเกิดที่ไหน เกษตรกรรู้จังหวะปล่อยของให้ได้ราคาดีที่สุด และเงินอุดหนุนรัฐยิงตรงเข้ากระเป๋าคนจนโดยไม่ต้องกรอกกระดาษสักใบ นี่ไม่ใช่พลอตหนัง Sci-Fi แต่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงถ้าเราปลดล็อกพลังของ "Big Data" ได้สำเร็จ
สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ BDI ได้กาง แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่(2568–2570) ออกมาแล้ว ถือเป็น Master Plan ฉบับแรกที่พยายามจะพาไทยก้าวสู่ยุค Data-driven Economy อย่างเต็มตัว แต่เบื้องหลังตัวเลขสวยหรูนี้ ยังมี "ความจริง" ที่รอการแก้ไข
สแกนแผนยุทธศาสตร์ Data ชาติ
ขุมทรัพย์ที่ยังไม่ได้ขุด รู้หรือไม่? ตลาด Big Data และ AI ในไทยมีมูลค่าพุ่งทะลุ 37,800 ล้านบาทไปแล้ว แต่ไทยยังโตเฉลี่ยแค่ 7–8% ต่อปี แผนนี้ตั้งเป้าสุดท้าทาย หวังปั๊มมูลค่าเศรษฐกิจจากข้อมูลให้โตกระฉูดถึง 32–35% ต่อปี เพื่อไล่กวดแชมป์อย่างสิงคโปร์หรือเกาหลีใต้ให้ทัน
ยุทธศาสตร์พลิกเกมรุก ทุบไซโล สร้างถนนข้อมูล ดัน National Big Data Platform และ Government Cloud ให้เกิดใช้จริง ไม่ใช่แค่โชว์ ปั้น Use Case ระดับประเทศ ทั้งสาธารณสุข (หมอรู้จักคุณ), เกษตรกรรม (รู้ราคา รู้ฟ้าฝน), และการท่องเที่ยว
ปั้น AI สัญชาติไทย ลุยพัฒนาโมเดล AI ภาษาไทยเฉพาะทาง
สร้างกองทัพ Data ปูพรมอัปสกิลคน 160,000 คน ภายในปี 2570 คอขวดที่ต้องทะลวง (ความจริงที่เจ็บปวด) แผนนี้ยอมรับตรงๆ ว่าเรามีปัญหาใหญ่ ข้อมูลภาครัฐที่บอกว่าพร้อมใช้ มีแค่ 26% เท่านั้น! อีก 74% ยังอยู่ในสภาพ"ไซโล" ขาดมาตรฐาน คุยกันไม่รู้เรื่อง และกอดข้อมูลกันไว้แน่น
ดาบสองคมที่ชื่อ PDPA การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นเรื่องดีที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันกลายเป็น "ความกลัว" ที่ทำให้หน่วยงานรัฐและเอกชนไม่กล้าแชร์ข้อมูลกัน การหาจุดสมดุลระหว่าง Data Governance และสิทธิดิจิทัลจึงเป็นโจทย์ระดับชาติ
ใครได้ประโยชน์ ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง? สหประชาชาติเตือนไว้เสมอว่า Big Data อาจเป็นตัวเร่ง "ความเหลื่อมล้ำ" หากเราใช้ข้อมูลเพื่อเสิร์ฟแต่คนเมือง หรือภาคธุรกิจใหญ่ โดยลืมไปว่ายังมีคนต่างจังหวัดที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี แผนนี้จะสำเร็จได้จริง ต้องตอบให้ได้ว่าเราจะสร้างเทคโนโลยีที่ลดช่องว่างทางสังคมได้อย่างไร
แผนยุทธศาสตร์ Big Data (2568–2570) มีความทะเยอทะยานสูงมาก แต่ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ตัวเล่มสวยๆ หากแต่วัดกันที่ความกล้าหาญในการ "ทุบระบบไซโล" เปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของรัฐ และดึงความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาให้ได้... เพราะถ้า National Big Data Platform เป็นแค่ "ถังเปล่า" ขุมทรัพย์มหาศาลนี้ก็คงเป็นได้แค่ภาพลวงตา




