Thailand FishAI แอปสแกนปลาที่ไม่ได้เจอแต่ปลา

5 พ.ค. 2569 - 14:44

  • Thailand FishAI ใช้เวลา 1 ปี พัฒนา มีเป้าหมายให้ประชาชนทั่วไป ชาวประมง นักวิจัย และนักศึกษาสามารถระบุชนิดปลา

  • หลังเกิดข้อผิดพลาด กรมประมงชี้แจงว่าเป็น prototype ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบ

  • ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาการพัฒนา AI สำหรับการจำแนกสิ่งมีชีวิต

Thailand FishAI แอปสแกนปลาที่ไม่ได้เจอแต่ปลา

กลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อผู้ใช้พบข้อผิดพลาด ในการระบุชนิดปลา แอปพลิเคชัน Thailand FishAI แอปที่กรมประมง ต้องการใช้จำแนกชนิดปลา ด้วยกล้องสมาร์ทโฟน เปิดตัว เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ด้วยความมุ่งหวังที่จะปฏิวัติการระบุชนิดปลาและสัตว์น้ำผ่านเทคโนโลยี AI

ความท้าทายในการเปิดตัวระบบ AI ระบุชนิดปลา

แอปพลิเคชัน Thailand FishAI ใช้เวลาเพียง 1 ปี ในการพัฒนา มีเป้าหมายให้ประชาชนทั่วไป ชาวประมง นักวิจัย และนักศึกษาสามารถระบุชนิดปลาได้อย่างสะดวกผ่านการถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟน แต่เมื่อเปิดตัวครั้งแรก ผู้ใช้พบปัญหาการระบุผิดพลาดอย่างร้ายแรง ซึ่งกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว

กรมประมงได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กเพจอย่างรวดเร็ว โดยยอมรับข้อจำกัดของระบบและอธิบายว่า เป็นต้นแบบ (prototype) ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบ และขอความร่วมมือจากผู้ใช้ในการรายงานข้อผิดพลาดเพื่อนำไปปรับปรุงระบบ

Thailand-FishAI-fish-scanning-app-finds-more-fish-SPACEBAR-Photo01.jpg

ฐานข้อมูลและขีดความสามารถปัจจุบัน

Thailand FishAI มีฐานข้อมูลสัตว์น้ำมากกว่า 2,000 ชนิด รวมถึงปลาน้ำจืด ปลาทะเล ปลาสวยงาม สัตว์น้ำอื่น และพืชน้ำกว่า 300 ชนิด แต่ความสามารถในการระบุด้วย AI ยังจำกัดอยู่เพียงประมาณ 50 ชนิดเท่านั้น โดยเน้นไปที่ปลาน้ำจืดในวงศ์ Cyprinidae เป็นหลัก

ปลาที่สามารถระบุได้ในปัจจุบัน ประกอบด้วยปลาน้ำจืดทั่วไป เช่น ปลาสร้อย ปลาดาว ปลาจวด และปลาสวยงาม เช่น ปลากัดไทย ปลาทอง ปลากุปปี้ รวมไปถึงปลาหายากที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ เช่น ปลากราย ปลาบึก และปลาขาวใหญ่

เทคโนโลยี AI และข้อจำกัดทางเทคนิค

กรมประมงอธิบายว่าการฝึกระบบ AI ให้ระบุปลาแต่ละชนิดต้องใช้ภาพถ่ายจำนวนมาก โดยทั่วไปต้องการภาพ 100-1,000 รูปต่อชนิด ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของปลาชนิดนั้น ภาพเหล่านี้ต้องถ่ายจากมุมต่างๆ ในสภาพแสงต่างๆ และขนาดต่างๆ เพื่อให้ระบบสามารถเรียนรู้ลักษณะเฉพาะของปลาแต่ละชนิดได้อย่างแม่นยำ

ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความท้าทายพื้นฐานของการพัฒนาระบบ AI สำหรับการจำแนกสิ่งมีชีวิต ซึ่งต่างจากการจำแนกวัตถุทั่วไปที่มีรูปร่างคงที่ ปลามีความหลากหลายทางสัณฐานวิทยา มีการเปลี่ยนแปลงตามเพศ อายุ ฤดูกาล และสภาพแวดล้อม

ฟีเจอร์ Survey และการมีส่วนร่วมของชุมชน

นอกจากการระบุชนิดด้วย AI แล้ว Thailand FishAI ยังมีฟีเจอร์ 'Survey' ที่ให้ผู้ใช้ส่งภาพปลาพร้อมข้อมูลรายละเอียดไปให้ผู้เชี่ยวชาญของกรมประมงตรวจสอบและยืนยันชนิด การทำงานแบบผสมผสานระหว่าง AI และผู้เชี่ยวชาญนี้ช่วยรับประกันความแม่นยำและสร้างฐานข้อมูลสำหรับพัฒนาระบบในอนาคต ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากผู้ใช้จะช่วยสนับสนุนการสำรวจทรัพยากรประมงและการติดตามความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด 'วิทยาศาสตร์ประชาชน' ที่ให้คนทั่วไปมีส่วนร่วมในการวิจัยวิทยาศาสตร์

บทบาทในการจัดการประมงและการอนุรักษ์

Thailand FishAI ได้รับการพัฒนาในช่วงที่ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการจัดการประมงอย่างยั่งยืน หลังจากการปฏิรูปกฎระเบียบประมงครั้งใหญ่ในปี 2558 เพื่อแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย ระบบระบุชนิดปลาที่แม่นยำจะช่วยสนับสนุนการตรวจสอบการจับ การบังคับใช้กฎหมาย และการติดตามสถานะปลาที่ใกล้สูญพันธุ์

งานวิจัยขั้นสูงและทิศทางอนาคต ขณะที่ Thailand FishAI กำลังเผชิญกับปัญหา นักวิจัยในต่างประเทศได้พัฒนา FishAI 2.0 ที่ใช้เทคนิค deep learning ขั้นสูงและการสร้างข้อมูลสังเคราะห์ (synthetic data) เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลการฝึกที่ไม่เพียงพอสำหรับปลาชนิดหายาก ระบบนี้สามารถระบุปลาได้แม่นยำถึง 91.67% ที่ระดับวงศ์ และ 85.42% ที่ระดับชนิด เทคใหม่เหล่านี้ รวมถึงการใช้ multimodal learning ที่รวมข้อมูลภาพและข้อความ และการสร้างภาพด้วย AI อาจเป็นแนวทางสำหรับพัฒนา Thailand FishAI เวอร์ชันต่อไป

กรณีของ Thailand FishAI แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่โปร่งใสเกี่ยวกับขีดความสามารถและข้อจำกัดของระบบ AI การยอมรับข้อผิดพลาดและการขอความร่วมมือจากประชาชนในการปรับปรุงระบบแสดงถึงแนวทางที่สร้างสรรค์ในการพัฒนาเทคโนโลยีภาครัฐ

กรมประมง กำลังเร่งปรับปรุง เพิ่มความสามารถในการประมวลผล และนำเทคนิคขั้นสูงจากงานวิจัย FishAI 2.0 มาประยุกต์ใช้ เสริมสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรวิจัย และขยายความครอบคลุมไปยังปลาชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์มากขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความล้มเหลวของเทคโนโลยี แต่เป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ในงานวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับศักยภาพและข้อจำกัดของเทคโนโลยีสมัยใหม่ หากพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ Thailand FishAI อาจกลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงสำหรับการจัดการประมงและการศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพของไทย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์