ดีอี ชง ครม.ใช้ Tomorrow.io รับมือภัยพิบัติ

1 ธ.ค. 2568 - 18:47

  • ความร่วมมือระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยาไทยกับ Tomorrow.io เพื่อใช้ดาวเทียม 9 ดวงและ AI พยากรณ์อากาศ

  • ระบบใหม่จะอัพเดตข้อมูลทุก 15 นาทีด้วยความละเอียด 3 กิโลเมตร พร้อมการพยากรณ์แบบความน่าจะเป็น

  • รัฐมนตรีไชยชนก ชิดชอบ เน้นปรับปรุงระบบป้องกันภัยพิบัติให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ดีอี ชง ครม.ใช้ Tomorrow.io รับมือภัยพิบัติ

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการอุตุนิยมวิทยาไทย

ในยุคที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น ประเทศไทยกำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคใหม่ของการพยากรณ์อากาศและการจัดการภัยพิบัติ ด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) และ Tomorrow.io แพลตฟอร์มความยืดหยุ่นระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์

ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคม ภายใต้การนำของรัฐมนตรีไชยชนก ชิดชอบ ที่มองเห็นว่าการป้องกันภัยพิบัติเป็นหนึ่งในสองความสำคัญสูงสุดของกระทรวง การปรับปรุงระบบพยากรণ์ให้มีประสิทธิภาพสูงผ่านการบูรณาการข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ จะช่วยให้ไทยสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างเชิงรุกมากกว่าการตอบสนองแบบเดิม

เทคโนโลยีปฏิวัติของ Tomorrow.io

Tomorrow.io นำเสนอการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการข่าวสารอากาศเชิงพาณิชย์และบริการความยืดหยุ่นด้านสภาพอากาศ ผ่านการบูรณาการนวัตกรรมระหว่างกลุ่มดาวเทียมเฉพาะของบริษัท อัลกอริทึมแมชชีนเลิร์นนิ่งขั้นสูง และการรวบรวมข้อมูลชั้นบรรยากาศแบบเรียลไทม์

พื้นฐานเทคโนโลยีของบริษัทตั้งอยู่บนกลุ่มดาวเทียมขนาดเล็กกว่า 30 ดวง ที่ติดตั้งเซ็นเซอร์เรดาร์แอ็กทีฟและเครื่องมือตรวจจับคลื่นไมโครเวฟแบบพาสซีฟ เพื่อให้การสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศที่ไม่เคยมีมาก่อนทั่วพื้นที่ครอบคลุมทั่วโลก ดาวเทียมเหล่านี้โคจรในวงโคจรซินโครนัสกับดวงอาทิตย์ที่ระดับความสูงประมาณ 510 ถึง 550 กิโลเมตร

ระบบ FOCUS: การพยากรณ์อากาศรุ่นใหม่

Tomorrow.io พัฒนาระบบ FOCUS เป็นระบบพยากรณ์อากาศที่ก้าวล้ำ ซึ่งทำงานบนหลักการแมชชีนเลิร์นนิ่งที่แตกต่างจากวิธีการพยากรณ์เชิงตัวเลขแบบดั้งเดิม กรอบการทำงาน FOCUS ผสมผสานข้อมูลการพยากรณ์มาตรฐานอุตสาหกรรมกับข้อมูลเรดาร์และดาวเทียมแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างการพยากรณ์แบบความน่าจะเป็นที่มีความถี่สูง โดยระบุความไม่แน่นอนในวิวัฒนาการของสภาพอากาศอย่างชัดเจน

ระบบ FOCUS ส่งมอบการพยากรณ์อากาศในระดับท้องถิ่นที่อัพเดตทุก 15 นาทีด้วยความละเอียด 3 กิโลเมตรทั่วพื้นที่ภูมิภาค ซึ่งเป็นการปรับปรุงที่น่าทึ่งเมื่อเทียบกับแบบจำลองความละเอียดสูงแบบเดิมที่ต้องใช้ทรัพยากรการคำนวณมหาศาลและอัพเดตเพียงไม่กี่ครั้งต่อวัน

ข้อตกลงความร่วมมือกับประเทศไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ โครงการความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา และTomorrow.io ในการยกระดับการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยพิบัติด้วยประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าระบบมาตรฐานของต่างประเทศ

 สำหรับความร่วมมือ เป็นการใช้งานระบบดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศของ Tomorrow.io  โดยใช้การสังเกตการณ์จากดาวเทียมรุ่นใหม่ จำนวน 9 ดวง ที่มีระบบ Microwave Sounder สามารถสแกนบรรยากาศโลกได้ถี่ในระดับต่ำกว่าชั่วโมงต่อรอบ และสามารถส่งรายงานการประมวลผลด้วย AI ได้ในทุกๆ 15 นาที ทำให้สามารถทราบข้อมูลที่ชัดเจนและรวดเร็วเกี่ยวกับพายุ ปริมาณฝน น้ำท่วมฉับพลัน ฟ้าผ่า กระแสลม และสภาพอากาศทางทะเล พร้อมกับการสร้างแบบจำลองสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ และนำมาบูรณาการสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านอุตุนิยมวิทยาของประเทศ

กรอบความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการบูรณาการระบบสังเกตการณ์ดาวเทียมของ Tomorrow.io ซึ่งประกอบด้วยดาวเทียมตรวจจับคลื่นไมโครเวฟขั้นสูง 9 ดวง ที่ติดตั้งเครื่องมือตรวจจับบรรยากาศที่ทันสมัย เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานอุตุนิยมวิทยาและกระบวนการปฏิบัติงานที่มีอยู่ของไทย

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

ประโยชน์ที่ไทยคาดว่าจะได้รับจากความร่วมมือนี้ครอบคลุมการปรับปรุงอย่างมากในด้านความชัดเจน ความเร็ว และประโยชน์ในการปฏิบัติงานของข้อมูลอุตุนิยมวิทยาในหลายประเภทภัยอากาศที่สำคัญต่อการจัดการภัยพิบัติในเขตร้อน รัฐมนตรีชิดชอบได้เน้นย้ำว่าหุ้นส่วนนี้จะช่วยให้กรมอุตุนิยมวิทยาไทยสามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนและรวดเร็วเกี่ยวกับพายุเขตร้อน ความเข้มและการกระจายของปริมาณฝน ความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลัน อันตรายจากฟ้าผ่า ลักษณะของสนามลม และสภาพอากาศทางทะเลที่ส่งผลต่อแนวชายฝั่งและเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กว้างขวางของไทย

การพิสูจน์ประสิทธิภาพจากหน่วยงานระหว่างประเทศ

การประเมินอิสระของข้อมูลเครื่องตรวจจับคลื่นไมโครเวฟของ Tomorrow.io โดย Joint Center for Satellite Data Assimilation (JCSDA) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา รวมทั้ง NOAA, NASA, กองทัพอากาศสหรัฐฯ และกองทัพเรือสหรัฐฯ ให้การยืนยันทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นกลางเกี่ยวกับการปรับปรุงการพยากรณ์อย่างมีนัยสำคัญ

การประเมินหกเดือนของ JCSDA จากดาวเทียมเครื่องตรวจจับคลื่นไมโครเวฟสี่ดวงแรกของ Tomorrow.io แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการปรับปรุงความแม่นยำของการพยากรณ์สำหรับอุณหภูมิ ไอน้ำ และสนามลมในทุกระดับบรรยากาศตั้งแต่พื้นผิวจนถึงสตราโตสเฟียร์ และในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย รวมทั้งมหาสมุทรอินเดียเขตร้อนและแอ่งแปซิฟิก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับอุตุนิยมวิทยาไทย

บริบทเปรียบเทียบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความร่วมมือที่คาดหวังของไทยกับ Tomorrow.io เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กว้างขึ้น สำหรับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดาวเทียมเชิงพาณิชย์และปัญญาประดิษฐ์เพื่อเสริมสร้างบริการอุตุนิยมวิทyanและความสามารถในการจัดการภัยพิบัติ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 อินโดนีเซียได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับ Tomorrow.io เพื่อพัฒนาระบบพยากรณ์อุตุนิยมวิทยาที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ แสดงให้เห็นการยอมรับในระดับภูมิภาคว่าเทคโนโลยีดาวเทียมภาคเอกชนสามารถเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของรัฐบาลได้ โดยเฉพาะสำหรับประเทศหมู่เกาะที่โครงสร้างพื้นฐานอุตุนิยมวิทยาแบบดั้งเดิมเผชิญกับข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์

อนาคตของการพยากรณ์อากาศไทย

การบูรณาการความสามารถของ Tomorrow.io เข้ากับการดำเนินงานทางอุตุนิยมวิทยาของไทย จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ เวลาในการเตือนล่วงหน้า และประโยชน์ในการปฏิบัติงานในทุกสเปกตรัมของอันตรายทางอุตุนิยมวิทยาที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของไทย

เทคโนโลยีเครื่องตรวจจับคลื่นไมโครเวฟของดาวเทียม Tomorrow.io เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญเป็นพิเศษ เพราะรังสีไมโครเวฟสามารถทะลุผ่านเมฆและฝนได้ ทำให้สามารถตรวจจับบรรยากาศได้แม้ในช่วงพายุที่รุนแรงที่สุด เมื่อการตรวจจับด้วยแสงที่มองเห็นได้และภาพดาวเทียมอินฟราเรดแบบดั้งเดิมถูกบดบัง

ความสามารถนี้มีค่าอย่างยิ่งในเขตร้อน ที่เมฆการพาความร้อนที่สูงตระหง่านมักจะบดบังพื้นผิวและโทรโปสเฟียร์ตอนล่างในช่วงฤดูมรสุมและช่วงที่มีพายุไต้ฝุ่น เมื่อการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยามีความสำคัญในการปฏิบัติงานมากที่สุดสำหรับการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ

เมื่อประเทศไทยยืนอยู่ณจุดนี้ของการเปลี่ยนแปลง คำถามที่น่าสนใจคือ เราจะสามารถใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้เพื่อสร้างสังคมที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติในอนาคตได้อย่างไร และการลงทุนในเทคโนโลยีการพยากรณ์อากาศครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้ไทยกลายเป็นผู้นำด้านการจัดการภัยพิบัติในภูมิภาคหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์