ทำเนียบรัฐบาล (30 มีนาคม 2569) ประคัลร์ กอดำรงค์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ประจำส่วนกลาง) แถลงว่ากระทรวงพาณิชย์มุ่งเน้นบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านมาตรการต่างๆ
ได้แก่ การกำกับดูแลราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จำหน่ายสินค้าทั้งสิ้น 3,477 แห่งทั่วประเทศในช่วงวันที่ 5-27 มีนาคมที่ผ่านมา พบผู้กระทำผิดแล้วรวม 25 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรณีไม่ติดป้ายแสดงราคาตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ และติดตามเรื่องร้องเรียน ผ่านสายด่วน 1569 อย่างต่อเนื่อง
โดยตั้งแต่วันที่ 1-27 มีนาคม มีเรื่องร้องเรียนสะสมรวม 429 คำร้อง ตรวจสอบแล้ว 213 คำร้องมีการลงโทษผู้กระทำผิดไปแล้ว 29 ราย และอยู่ระหว่างการเรียกตรวจสอบเอกสารต้นทุนในกรณีจำหน่ายราคาเกินสมควรอีก 51 คำร้อง
“นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังหารือกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตในการเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย นำสินค้ากว่า 1,000 รายการมาลดราคาสูงสุดถึง 50% โดยจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้”
ประคัลร์ กล่าวต่อว่า วันนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจ ติดตามความพร้อมร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยเช่น ที่แม็คโคร สาขานครอินทร์ ที่โลตัส สาขานคนอินทร์ ที่ท็อป ซุปเปอร์มาเก็ต สาขาเซ็นทรัลเวสเกต และโกล โฮเซล สาขารังสิตควบคู่ไปกับโครงการธงฟ้าราคาประหยัดที่จะขยายจุดสินค้าธงฟ้ามากกว่า 500 จุด และรถโมบายเคลื่อนที่ ที่จะเริ่มออกบริการในพื้นที่ห่างไกล
“โดยเดือนเมษายนนี้จะเริ่มที่จังหวัดปราจีนบุรีและจัดต่อเนื่องที่จังหวัดตราดหลังเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนวัตถุดิบราคาพิเศษให้กับร้านข้าวแกงเพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาอาหารปรุงสำเร็จรูป”
ประคัลร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการช่วยเหลือเกษตรกร กระทรวงได้ยกระดับการช่วยเหลือผ่าน มาตรการปุ๋ยธงเขียว ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการเดิม ที่ได้รับส่วนลดจากปุ๋ยเคมี กระสอบละ 200 บาทจำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาทต่อได้
โดยจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับเกษตรกรที่มีบัตรดินดี ของกรมพัฒนาที่ดิน หรือผ่านมาตรฐานการผลิตทางเกษตรที่ดี หรือจีเอพี ของกรมวิชาการเกษตร หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย
ซึ่งจะเริ่มดำเนินการสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนนี้ ที่กำแพงเพชรเป็นจังหวัดแรก ก่อนที่จะขยายไปยังพื้นที่เพาะปลูกอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายรวมสิ้น 1 ล้านกระสอบ และมีแผนการดำเนินให้ครอบคลุมถึง 50 จังหวัด
“ในส่วนของการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและแหล่งวัตถุดิบทดแทน กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดในการติดตามสถานการณ์การขนส่งสินค้า และนำเรือบรรทุกวัตถุดิบของไทยซึ่งติดค้างอยู่ในเส้นทางขนส่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซ”
“ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ซึ่งเป็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาเซียนเร่งจัดหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยทดแทน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวและหาตลาดส่งออกใหม่โดยได้หารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทยและลาตินอเมริกา พร้อมทั้งสั่งการให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลก ขยายโอกาสทางการค้าและรักษาระดับการส่งออกของไทยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด” ประคัลร์ กล่าว





