การประชุมกรรมการ กสทช. ครั้งที่ 22/2569 ถูกจับตามองว่า จะล่ม หรือได้ประชุม ต่อ ประธานบอร์ดกสทช. ที่มีปัญหาคุณสมบัติ จะทำหน้าที่ได้หรือไม่ จะมีประธานรักษาการทำหน้าที่แทนหรือเปล่า ใครจะเป็นประธาน หรือ การประชุมจะไม่เกิดขึ้นเลย
เวลา 08.30 น. ตัวแทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เข้ายื่นหนังสือถึง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการ กสทช. รวมทั้ง 7 คน
เวลา 09.00 น. กรรมการกสทช.ทะยอยเข้าประชุม พลอากาศโทธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช.ที่เข้าประชุมก่อนเวลา พยายามขอหารือนอก รอบกรรมการที่มาประชุมแล้ว เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นคุณสมบัติ ประธานกสทช. (สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ไม่เข้าประชุม)
เวลา 09.30 น. นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ดกสทช.เข้าห้องประชุม และพยายามดำเนินการประชุม ขณะที่ กรรมการ ประกอบด้วย พลอากาศโทธนพันธุ์ , พิรงรอง รามสูต และศุภัช ศุภชลาศัย ไม่เห็นด้วยที่จะให้ประธานดำเนินการประชุมต่อ
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า เราได้หารือนอกรอบกันแล้ว เราคงไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อด้วย ขอไม่เห็นชอบตรงนี้ หากผมเข้าร่วมประชุมในขณะที่ฐานะของประธานยังไม่ชัดเจน และกรรมการสรรหา กสทช. ได้มีมติว่าท่านไม่มีคุณสมบัติ มีความชัดเจนแล้วว่าท่านได้มีการสละสิทธิไปแล้ว ถ้าท่านประธานไม่เห็นด้วยสามารถใช้สิทธิดำเนินการโต้แย้งทางปกครองได้ หากศาลมีความเห็นเป็นอย่างอื่นผมก็พร้อมจะน้อมรับ
พิรงรอง กล่าวว่า ด้วยผลคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา ดิฉันไม่สามารถร่วมประชุมได้ หากประธานยันยันที่จะอยู่ การประชุมวันนี้ดิฉันมาเพราะได้มีนัดหมายประชุมออกมาล่วงหน้า และมีวาระสำคัญหลายเรื่องเกรงว่าจะได้รับความเสียหายแต่ เมื่อมีคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา กสทช. คำวินิจฉัย น่าจะถึงที่สุดแล้วตาม มาตรา 15 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯ หากประธานไม่ได้รับความยุติธรรมสามารถดำเนินการทางปกครองได้ การไม่ประชุมต่อเพราะเห็นว่าจะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย หากที่ประชุมมีมติเรื่องต่างๆ
นพ.สรณ กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายเลขาฯ ทำการจดบันทึกไว้ทั้งหมด สำหรับกรณีที่ กรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยว่า ผมได้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ผมขอชี้แจงว่า ผมไม่เห็นด้วยกับมติกรรมการสรรหา โดยมีการโต้แย้งมาตลอด เป็นเวลานาน โดยขณะนี้ผมกำลังดำเนินการใช้สิทธิทางศาลตามที่กรรมการสรรหาได้แจ้งว่า หากไม่เห็นด้วยให้ฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วัน โดยประเด็นเรื่องนี้ ยังไม่ถึงที่สุด
“การพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามมาตรา 20 วรรค สอง ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่อนความถี่ฯ การพ้นจากตำแหน่งต้องนำขึ้น โปรดเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตราบใดที่ยังไม่มีผมยังต้องปฎิบัติหน้าที่ต่อไป การละเว้นไม่ทำหน้าที่ประชุมอาจทำให้เกิดความเสียหาย ” นพ.สรณ
09.45 น. กรรมการ กสทช. ที่ไม่เห็นด้วยได้ทะยอยออกจากห้องประชุม ประธานจึงรอจนถีงเวลา
09.50 น. พล.ต.อ.ณัฐธร กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ขอให้สำนักงานฯ ไปทำการศึกษาและวิเคราะห์ เพื่อข้อสรุปทางข้อกฎหมาย ว่ากรรมการควรดำเนินการต่อไปอย่างไรไม่ให้ข้ดกับกฎหมาย หากดำเนินการไปโดยไม่ชัดเจนอาจจะเกิดความเสียหาย
นายไตรรัตน์ วิริยะสิริกุล รักษาการ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงานได้พิจารณา เห็นว่า นพ.สรณ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นประธานกสทช. ตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 นับ ปัจจุบัน นพ.สรณ ยังทำหน้าที่ประธานและมีอำนาจตามกฎหมายทุกอย่าง กสทช.เป็นหน่วยงานภาครัฐถ้าไม่ปฎิบัติกฎหมายอาจจะผิดกฎหมาย สำนักงานฯ วิเคราะห์ว่า ประธานกสทช. ยังคงทำหน้าที่ประธานต่อไป จนกว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
10.25 น. กรรมการกสทช. 3 ราย ที่ออกจากห้องประชุม ได้ออกมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชนที่ห้องโถง โดยสาระสำคัญเป็นการชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถร่วมประชุมต่อได้ เพราะประธานกสทช.มีปัญหาคุณสมบัติ หากประชุมต่อไป มติ หรือ ความคิดเห็นที่เกิดขึ้นอาจมีผลผูกพันทางกฎหมาย
10.30 น. ประธาน เห็นว่ารอจนครบกำหนดเวลาของระเบียบการประชุมแล้วองค์ประชุมไม่ครบ ประธานจึงได้สั่งเลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 5 สิงหาคม 2569
11.00 น. นพ.สรณ ได้ลงมาที่ห้องโถง อาคารอำนวยการ กสทช.เพื่อแถลงข่าว โดยระบุว่า อยู่ระหว่างการโต้แย้งมติกรรมการสรรหา ตนไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย และได้มีการโต้แย้งมาตลอด จึงขอใช้สิทธิทางศาล โดยอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นศาลปกครองพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อยุติ ขอย้ำว่าเงื่อนไขการพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ มาตรา 20 วรรค 2 (ผู้รักษาการณ์ตามกฎหมายต้องเป็นผู้ดำเนินการ)




