ปัญหา ‘การทดสอบการชนด้านข้างของ Toyota Yaris Ativ’ รถอีโก้คาร์-ซีดานขนาดเล็ก ขายดีสุดในเซ็กเมนต์ ยอดขาย 3 เดือนแรกของปี 66 ที่กว่า 18,000 คัน ทิ้งห่างฮอนด้าซิตี้ถึง 3 เท่าตัว...จะกลายเป็นปมเขย่าขวัญ หลังผลทดสอบการชนด้านข้างของรถรุ่นดังกล่าว ชี้ไปในทาง ‘ไม่สมบูรณ์’ กลายเป็นประเด็นสร้างความกังวลใจให้กับลูกค้าไม่น้อย โดยผู้ซื้อไปแล้วต่างกังวลใน ‘ความไม่ปลอดภัย’ ขณะที่ลูกค้าที่กำลังตัดสินใจ แน่นอนว่า พวกเขา ‘ชะลอซื้อ’ ออกไปก่อน
นี่จึงกลายเป็นที่มา ให้ในการแถลงชี้แจงของ มาซาฮิโกะ มาเอดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ภาคพื้นเอเชีย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งบินตรงมาชี้แจงที่ประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นลูกค้า กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เผยเรื่องที่เกิดขึ้นว่า น่าจะเกิดจากแรงกดดันหน้างาน ในกระบวนการรับรอง ซึ่งทำโดย บริษัท ไดฮัทสุ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้รับผิดชอบ หลังได้พบความไม่เหมาะสมในการเตรียมการทดสอบมาตรฐานการชนดังกล่าว
“ผมคิดว่าการพัฒนา Toyota Yaris ATIV อาจมีความท้าทายกับ Daihatsu เนื่องจาก เป็นรถยนต์นั่งที่มีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ที่ Daihatsu เคยพัฒนา มีความซับซ้อนในด้านโครงสร้าง และมีระยะเวลาในการพัฒนาที่จำกัด เพื่อที่จะเร่งส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า...เราขอยืนยันอีกครั้งว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงเฉพาะรถยนต์คันที่ใช้ในการขอใบรับรองเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่จำหน่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โตโยต้านั้นเป็นองค์กรที่เมื่อพบปัญหาไม่ว่าในเวลาใด เราจะหยุด เพื่อร่วมกันค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ทำการปรับปรุง และป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก”
ซีอีโอ โตโยต้า เผยด้วยว่า หลังจากพบว่า มีความไม่สมบูรณ์เกี่ยวกับการเตรียมการทดสอบในครั้งแรก จึงมีการนำรถยนต์เวอร์ชั่นจำหน่ายจริง ไปทดสอบเพื่อยืนยันอีกครั้ง และพบว่า ไม่มีปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพและความปลอดภัย ได้รับอนุมัติว่า ‘เป็นไปตามข้อกำหนด UN-R95 ทั้งหมด’ และไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ กับ Yaris ATIV ที่จำหน่ายไปแล้ว 36,890 คัน โดยรถมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสอดคล้องกับข้อบังคับที่กำหนดไว้ ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างไร้ข้อกังวล
ล่าสุด 2 พฤษภาคม 2566 บริษัทฯ ได้รับใบขยายผลการรับรอง UN-R95 (โดยไม่เป็นการยกเลิกผลการรับรองเดิม) และขณะนี้ ทางบริษัทประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศ (สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม : สศอ. และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม : สมอ.) เพื่อนำผลการทดสอบที่ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภายนอก ยืนต่อหน่วยงานรัฐฯ เพื่อให้ได้รับใบอนุญาต ตามข้อกำหนดของ EcoCar Phase 2
โดยเมื่อได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว Yaris ATIV จะกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง และส่งมอบให้กับลูกค้าที่สั่งจองไปในช่วงก่อนหน้านี้ได้โดยเร็วที่สุดต่อไป
ที่มาที่ไปของปัญหา คืออะไร?
ย้อนดูปมปัญหาที่เกิดขึ้น กล่าวได้ว่า Toyota Yaris ATIV เป็นรถ EcoCar Phase2 ที่ต้องผ่านข้อกำหนดการชนด้านข้าง ตามมาตรฐาน UN-R95 โดยรถทดสอบจะถูกชนด้านข้างด้วยรถอีกคันที่วิ่งเข้าชนด้วยความเร็ว 50 km/h ชิ้นส่วนแผงประตูของรถยนต์ทดสอบจะต้องไม่แตกจนเกิดคม ทำให้เกิดอันตรายกับผู้โดยสาร แต่ในการทดสอบ รถยนต์คันดังกล่าว ถูกทำรอยบากที่บริเวณแผงด้านข้างประตู ซึ่งต่างจากรถยนต์เวอร์ชั่นจำหน่ายจริงนี่จึงกลายเป็นที่มา ให้ในการแถลงชี้แจงของ มาซาฮิโกะ มาเอดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ภาคพื้นเอเชีย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งบินตรงมาชี้แจงที่ประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นลูกค้า กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เผยเรื่องที่เกิดขึ้นว่า น่าจะเกิดจากแรงกดดันหน้างาน ในกระบวนการรับรอง ซึ่งทำโดย บริษัท ไดฮัทสุ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้รับผิดชอบ หลังได้พบความไม่เหมาะสมในการเตรียมการทดสอบมาตรฐานการชนดังกล่าว
“ผมคิดว่าการพัฒนา Toyota Yaris ATIV อาจมีความท้าทายกับ Daihatsu เนื่องจาก เป็นรถยนต์นั่งที่มีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ที่ Daihatsu เคยพัฒนา มีความซับซ้อนในด้านโครงสร้าง และมีระยะเวลาในการพัฒนาที่จำกัด เพื่อที่จะเร่งส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า...เราขอยืนยันอีกครั้งว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงเฉพาะรถยนต์คันที่ใช้ในการขอใบรับรองเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่จำหน่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โตโยต้านั้นเป็นองค์กรที่เมื่อพบปัญหาไม่ว่าในเวลาใด เราจะหยุด เพื่อร่วมกันค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ทำการปรับปรุง และป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก”
ซีอีโอ โตโยต้า เผยด้วยว่า หลังจากพบว่า มีความไม่สมบูรณ์เกี่ยวกับการเตรียมการทดสอบในครั้งแรก จึงมีการนำรถยนต์เวอร์ชั่นจำหน่ายจริง ไปทดสอบเพื่อยืนยันอีกครั้ง และพบว่า ไม่มีปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพและความปลอดภัย ได้รับอนุมัติว่า ‘เป็นไปตามข้อกำหนด UN-R95 ทั้งหมด’ และไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ กับ Yaris ATIV ที่จำหน่ายไปแล้ว 36,890 คัน โดยรถมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสอดคล้องกับข้อบังคับที่กำหนดไว้ ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างไร้ข้อกังวล
ล่าสุด 2 พฤษภาคม 2566 บริษัทฯ ได้รับใบขยายผลการรับรอง UN-R95 (โดยไม่เป็นการยกเลิกผลการรับรองเดิม) และขณะนี้ ทางบริษัทประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศ (สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม : สศอ. และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม : สมอ.) เพื่อนำผลการทดสอบที่ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภายนอก ยืนต่อหน่วยงานรัฐฯ เพื่อให้ได้รับใบอนุญาต ตามข้อกำหนดของ EcoCar Phase 2
โดยเมื่อได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว Yaris ATIV จะกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง และส่งมอบให้กับลูกค้าที่สั่งจองไปในช่วงก่อนหน้านี้ได้โดยเร็วที่สุดต่อไป






