คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เตรียมยกระดับแนวปฏิบัติเรื่องระยะเวลาการชำระสินค้า (Credit Term) จากเดิมที่เป็นเพียงไกด์ไลน์ความร่วมมือ ให้กลายเป็นกฎทางปกครองที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย โดยกำหนดระยะเวลาการชำระเงินไว้ที่ 30 ถึง 45 วัน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อย (SME)
รองศาสตราจารย์ สุธรรม อยู่ในธรรม รองกรรมการการแข่งขันทางการค้า รักษาการประธานกรรมการแข่งขันทางการค้า กล่าวกับ SPACEBAR ว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการทั่วประเทศ พบปัญหาการดึงระยะเวลาชำระเงินอย่างยาวนาน บางรายต้องรอนานถึง 8 เดือน หรือโดนค้างชำระเป็นมูลค่าหลักสิบล้านบาท ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของ SME จนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนเพิ่ม
จากปัญหาที่มันเกิดขึ้นมาหลายปีตั้งแต่ให้ออกกฎหมายเนี่ย เราพบว่าไม่มีคนปฏิบัติตาม แล้วก็ไม่ปฏิบัติตามไกด์ไลน์นะ แล้วที่สำคัญมากคือว่า คนที่เสียประโยชน์ก็คือ ประชาชน รายเล็ก รายย่อย ซึ่งเขาไม่มีอำนาจต่อรอง
“การปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ครั้งนี้ กขค. มีมติเห็นชอบร่างระเบียบดังกล่าวแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมาย คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยจะมีระยะเวลาผ่อนผันให้ผู้ประกอบการปรับตัวอีก 30 วัน” รองศาสตราจารย์ สุธรรม กล่าว
เงื่อนไขและขอบเขตการบังคับใช้ ผู้ได้รับความคุ้มครอง เฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตาม คือผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มียอดขายหรือมูลค่าการค้าไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทต่อปี ระยะเวลาเครดิตเทอม กำหนดไว้ที่ 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป และไม่เกิน 45 วันสำหรับกรณีอื่น
"การมี Intermediate เข้ามา เรารู้ว่ามันทำให้การค้าขายมันเกิดได้ดีขึ้น ง่ายขึ้น ประชาชนก็มาซื้อที่เดียว ได้หลายของที่เดียว มันดีกับทุกฝ่าย เครดิตเทอมในอดีตอันยาวนาน ทุกคนก็ปฏิบัติตามกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ซื่อสัตย์ เป็นธรรม"
รองศาสตราจารย์ สุธรรมย้ำว่า กฎหมายนี้ไม่ได้บังคับใช้เป็นการทั่วไปกับทุกธุรกิจ แต่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการค้าและป้องกันการเหลื่อมล้ำทางอำนาจต่อรอง เชื่อว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อช่วยให้ระบบเศรษฐกิจและ SME ไทยหมุนเวียนต่อไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้หนี้เพิ่มเติม
"กขค. ออกกฎนี้มานานแล้ว หลายปีมากแล้ว ตอนนั้นเราทำแบบเอาแนวแบบญี่ปุ่น แบบญี่ปุ่นจะเป็นแบบแนวปฏิบัติ ไกด์ไลน์ ประเทศเขา คนค้าคนขายเขาก็จะเคารพนับถือแนวปฏิบัติ สังคมเขาเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่บ้านเราหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นแบบญี่ปุ่น มีแนวปฏิบัติ พอไม่ได้บังคับก็ไม่ปฏิบัติตาม อย่างวันนี้มาที่จันทบุรี มีหลายรายพูดเหมือนกันเลย สินค้าเกษตร ทุเรียน จ่ายไปแล้ว 8 เดือนยังไม่ได้ อีกรายบอกถูกดึงบางส่วน จนตอนนี้เงินเขาหายไปแล้ว 10 ล้าน มันเป็นสิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่จันทบุรี เราไปรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศไทย เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันทุกที่" รองศาสตราจารย์สุธรรม กล่าว
รักษาการประธานกรรมการแข่งขันทางการค้า เชื่อว่ามาตรการนี้จะได้รับความร่วมมือจากโมเดิร์นเทรดในเมืองไทย เพราะเราทำแค่เรื่องเวลาการชำระเงิน เรื่องอื่นไม่ได้แตะ และเราเชื่อว่าวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ดี คือการแก้ที่โครงสร้างตลาดและการแข่งขัน ให้คนเก่งๆ ได้มีโอกาสเข้าตลาดมากขึ้น พอเงินหมุนเวียนมากขึ้น เขาไม่ต้องไปกู้เงิน รัฐบาลไม่ต้องมาจ่าย Subsidy เงินของเขาแท้ๆ ที่ลงไป เขาก็ควรมีสิทธิ์ได้รับกลับมา Economy มันก็ค่อย ไปได้ของมันเอง




