กขค. เตรียมเชือด ยกระดับกฎหมาย คุมเข้ม Credit Term

17 ส.ค. 2569 - 11:12

  • ธุรกิจรายใหญ่ โดยเฉพาะค้าปลีก-ค้าส่ง ที่ชำระค่าสินค้าให้ SMEs ล่าช้ากว่ากำหนด

  • ปัจจุบันมีเงินของ SMEs ถูกดองค้างท่อสูงถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี

  • คาดว่ากฎหมายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในช่วงเดือน ตุลาคม 2569

กขค. เตรียมเชือด ยกระดับกฎหมาย คุมเข้ม Credit Term

จบปัญหาโดนดองเงิน สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เตรียมยกระดับไกด์ไลน์ "Credit Term" ให้กลายเป็น "กฎหมายลำดับรอง" ใครดึงเช็งจ่ายเงิน SMEs ช้า เตรียมรับโทษตามกฎหมาย เล็งบังคับใช้ตุลาคม 2569 นี้

รายงานข่าวจาก สำนักงาน กขค. การประชุมบอร์ด กขค. วันที่ 17 ส.ค. 2569 จะพิจารณาเปลี่ยน ถ้อยคำ  "คำแนะนำ" ให้เป็น "กฎหมาย" ที่ผ่านมาการกำหนด Credit Term เป็นเพียงแค่ไกด์ไลน์ (บังคับใช้กลางปี 64) ที่รายใหญ่แทบไม่ปฏิบัติตาม กขค. จึงเตรียมยกระดับเป็น "กฎหมายลำดับรอง" หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ทันที

ต้นตอของปัญหา ธุรกิจรายใหญ่ (โดยเฉพาะค้าปลีก-ค้าส่ง) มักชำระค่าสินค้าให้ SMEs ล่าช้ากว่ากำหนด บางรายดึงเช็งไป 60, 90 วัน หรือลากยาวสูงสุดถึง 180 วัน ทำให้ SMEs ขาดสภาพคล่องอย่างหนักจนบางรายถึงขั้นปิดกิจการ

รายใหญ่จับเสือมือเปล่า ปัจจุบันมีเงินของ SMEs ถูกดองค้างท่อสูงถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรายใหญ่นำเงินก้อนนี้ไปหมุนเวียนลงทุนต่อได้โดยไม่ต้องกู้แบงก์ และไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

กฎเกณฑ์ Credit Term ยังคงเดิม สินค้าเกษตร ต้องจ่ายเงินภายในเวลาไม่เกิน 30 วัน

ภาคการค้า การผลิต และบริการ ต้องจ่ายเงินภายในเวลาไม่เกิน 45 วัน เงื่อนไข ให้นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบสินค้าครบ ห้ามดึงเวลาจ่ายเงินโดยไม่มีเหตุผล และห้ามตั้งเงื่อนไขพิเศษที่สร้างภาระให้คู่สัญญา

กขค. ปรับแผนลุย "เชิงรุก" จะไม่นั่งรอให้รายเล็กร้องเรียนเข้ามาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะลงพื้นที่ พูดคุยกับภาคธุรกิจ และเกาะติดพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิด ดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน

Timeline ต่อจากนี้ หากบอร์ด กขค. เห็นชอบในวันที่ 17 ส.ค. 69 จะเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประชาพิจารณ์ และคาดว่ากฎหมายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในช่วงเดือน ตุลาคม 2569

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์