ปัญหาการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ของท่าอากาศยานตรัง ซึ่งกรมท่าอากาศยานยืนยันว่า ‘ผู้รับจ้างทิ้งงาน’ ส่งผลให้การเปิดใช้อาคารมีความล่าช้า และยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เพราะเกิดความเสียหายเมื่อฝนตก ระบายน้ำฝนไม่ทัน ทำให้น้ำฝนไหลทะลุฝาเพดานจนรับน้ำหนักน้ำไม่ไหวพังถล่มลงมาความเสียหาย 250 ตารางเมตร
นราธิป ดีแก้ว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองก่อสร้างและบำรุงรักษา กรมท่าอากาศยาน ชี้แจงว่า ปัญหาการก่อสร้างขยายท่าอากาศยานตรัง มีด้วยกันทั้งหมด 4 โครงการ
“ภายหลัง ปปช.ตรัง ตรวจพบปัญหาการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารในประเทศและระหว่างประเทศหลังใหม่ ผู้รับจ้างบริษัท พอร์ท แอนด์มารีน คอร์ปอเรชั่น (พี.เอ.เอ็ม.) จำกัด ทิ้งงาน สภาพอาคาร มีการชำรุดของฝาเพดานพังถล่มลงมา จากการสำรวจฝาเพดานเสียหายไปจำนวน 250 ตารางเมตร”

โดยทางกรมท่าอากาศยาน แจ้งว่า ผู้รับจ้างส่งมอบงาน ยังไม่มีการตรวจรับ ผู้รับจ้างก็ออกจากพื้นที่ก่อสร้างไป สัญญางาน 1,064,430,588บาท เริ่มสัญญา 26 กันยายน 2562 สิ้นสุดสัญญา 7 ตุลาคม 2565 (ผู้รับจ้างปฏิบัติงาน 1,765 วันปฏิบัติงานเกินระยะเวลาในสัญญาไปแล้ว 656 วัน) เลขที่สัญญา 155/2562 แก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 (ครั้งที่ 6) สัญญาสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ล่วงเลยระยะเวลามาหลายเดือนแล้ว
สำหรับอาคารใหม่ได้รับงบประมาณปี 2562 ถึง 2567 วงเงินจ้างเหมาก่อสร้าง 1,064,430,588 บาท มีการเบิกจ่ายเงินไปแล้วจำนวน 58 งวด เป็นเงิน 1,030,127,614 บาท ส่งงาน98.34% งานเหลือ 2งวด ค้างงวด 30 และงวดที่ 60 เนื้องานเหลือ 1.66% วงเงินเหลือ 34,302,774.บาทเศษ งานล่าช้ากว่ากำหนด 1.6% งานสิ้นสุดสัญญาไปเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 ในขณะนี้สถานะผู้รับจ้าง ส่งงานล่าช้าจึงมีค่าปรับเกิดขึ้น

พิเศษ นาคพันธุ์ ผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 เปิดเผยว่า จากการประชุมและตรวจดูอาคารที่มีปัญหา ก็ยังไม่พบว่ามีการกระทำที่ส่อออกไปในทางไม่สุจริต แต่ก็ตั้งข้อสังเกตเรื่องของ ก่อนการก่อสร้างอาคาร ทำไมกรมท่าอากาศยานฯ จึงไม่ทำ EIA ให้แล้วเสร็จก่อน แต่ได้รับการชี้แจงว่า ทาง สผ.ไม่ได้แจ้งไว้ว่าจะต้องทำ EIA เมื่อทราบจึงได้ดำเนินการทำและสั่งหยุดการทำงานกับผู้รับจ้างหยุดงาน 209 วัน จึงทำให้งานล่าช้า
“ส่วนงานล่าช้าอีกสาเหตุคือช่วงการระบาดของโควิด 19 อันนี้เข้าใจได้ ปปช.ก็ต้องติดตามงานการก่อสร้างขยายสนามบินตรังต่อไปเพราะงานล่าช้า เกิดผลกระทบกับประชาชนทั่วไป ทางปปช.ยังได้สอบถามถึงปัญหาการขยายก่อสร้างทางวิ่งอากาศยาน(รันเวย์) และการจ่ายค่าเวนคืนเพื่อซื้อที่ดินในการขยายความยาวทางวิ่งออกไป 2,990 เมตร ผู้รับจ้างคือบริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการจำกัด(มหาชน) ก็ได้สงวนสิทธิ์ตรงนี้ไว้ เพราะทางผู้ว่าจ้างคือกรมท่าอากาศยานไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ทำงานได้ เพราะติดการเวนคืนที่ดิน ทางปปช.จะติดตามโครงการที่เหลือในการก่อสร้างขยายท่าอากาศยานตรัง”

ล่าสุด วันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา กรมท่าอากาศยาน ได้เปิดโอกาสให้ผู้รับจ้างรายเดิมคือบริษัท พอร์ท แอนด์ มารีน คอร์ปอเรชั่น (พี.เอ.เอ็ม.)จำกัด เข้าทำงานต่อให้แล้วเสร็จ แต่ทางผู้รับจ้างกลับเพิกเฉย ไม่ยอมเข้ามาทำงานตามข้อเสนอที่กรมเปิดโอกาสให้
“หลังจากนี้ทางกรมฯ จะทำหนังสือยกเลิกสัญญาและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบทางราชการต่อไป ดังนั้นการเปิดหาผู้รับจ้างรายใหม่จะต้องใช้ระยะเวลา 6 เดือน เมื่อได้ผู้รับจ้างเข้ามาซ่อมฝาเพดานที่ได้รับความเสีย 250 ตารางเมตรใช้เวลาประมาณ 1 เดือนแล้วเสร็จ แต่จะต้องตรวจเช็คระบบต่างๆ ให้สามารถเปิดใช้ได้ทุกระบบในอาคาร ดังนั้นนับจากวันนี้ไปอีก 1 ปีจึงจะเปิดใช้อาคารใหม่หลังนี้ได้”

ในส่วนของภาคเอกชนเมื่อทราบข่าวว่า การเปิดใช้อาคารหลังใหม่เลื่อนออกไปอีก 1 ปี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและภาคเอกชน ต่างแสดงวามวิตกกังวลต่อเรื่องนี้
จงกลณี อุสาหะ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ในส่วนของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตรังและสมาชิก ได้เข้าไปเยี่ยมชมอาคารหลังใหม่ประมาณเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมาและได้รับการยืนยันว่าสามารถเปิดใช้บริการอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ได้ประมาณเดือนตุลาคม แต่เพิ่งมาทราบว่าผู้รับจ้างทิ้งงานยังไม่แล้วเสร็จก็ตกใจ
“อาคารใหม่รองรับเที่ยวบินในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศ ถ้าเปิดใช้ได้เร็ว ก็จะเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและการค้าการลงทุน สนามบิน อาคารยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ตั๋วเครื่องบินก็มีราคาแพงเช่นนี้ การท่องเที่ยวจะไปได้หรือ”

จิรายุสต์ พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการบริษัทโรงแรมเรือรัษฎา จำกัด เปิดเผยว่า ภาคเอกชนก็อยากเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการเพื่อให้สามารถเปิดใช้อาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ได้เร็วที่สุด
“หากทิ้งให้ปัญหาคาราคาซัง ก็จะเหมือนกับโครงการก่อสร้างตึกโอพีดี โรงพยาบาลตรังที่สร้างไม่เสร็จ 12 ปี ล่วงเลยมาแล้ว หอประชุมขนาดใหญ่ของเทศบาลนครตรัง สร้างทิ้งไว้กี่ปีแล้วยังไม่แล้วเสร็จ มัสยิดกลาง ตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว และโครงการอื่นๆที่สร้างไม่แล้วเสร็จ ส่งผลเสียต่างๆ มากมายกับหน่วยงานที่จะใช้อาคารเหล่านั้น หากการก่อสร้างปรับปรุงท่าอากาศยานตรังแล้วเสร็จทั้งหมด การท่องเที่ยวก็คาดหวังให้มีเที่ยวบินระหว่างประเทศเดินทางเข้ามาเที่ยวจังหวัดตรังบ้าง”
“ก่อนการระบาดโควิด-19 ผู้ประกอบการนำเที่ยวจากจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไต้หวัน รวมทั้งตัวแทนของสายการบินต่างชาติ เดินทางมาขอข้อมูลเกี่ยวท่าอากาศยานตรัง เพื่อจะนำเครื่องบินเช่าเหมาลำบินนำนักท่องเที่ยวมาเที่ยวทะเลตรัง แต่ติดที่อาคารที่พักผู้โดยสารสนามบินตรังคับแคบ ไม่มีส่วนแยกบริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ”
“อีกทั้งทางวิ่งหรือรันเวย์สั้น 2,100 เมตร เครื่องบินที่ใหญ่กว่า โบอิ้ง 737-800 และแอร์บัส 320-200 ไม่สามารถบินขึ้นลงได้ นอกจากนี้ยังไม่มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานไว้บริการเติมน้ำมันเครื่องบินในสมัยรัฐบาล คสช.พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญการขยายท่าอากาศยานตรังเพื่อรองรับการท่องเที่ยว จึงให้งบก้อนแรก 2,000 ล้านบาท”
สำหรับแผนการก่อสร้างขยายท่าอากาศยานตรัง มีด้วยกันทั้งหมด 4 โครงการ โครงการที่ 1.ลานจอดอากาศยานงบ 800 ล้านบาทงานแล้วเสร็จสมบูรณ์ โครงการที่ 2.สร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ที่เป็นทั้งผู้โดยสารภายในประเทศและผู้โดยสารระหว่างประเทศ เป็นงบ 1,200 ล้านบาท งานไม่แล้วเสร็จงานล่าช้ากว่ากำหนด 1.6% งานสิ้นสุดสัญญาไปเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 ในขณะนี้สถานะผู้รับจ้าง ส่งงานล่าช้าจึงมีค่าปรับเกิดขึ้น
โครงการที่ 3.ก่อสร้างขยายทางวิ่งอากาศยานและเสริมความแข็งแรงของทางวิ่งงบ 1,800 ล้านบาทอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และโครงการที่ 4.โครงการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินสำหรับขยายทางวิ่งอากาศยานไปทางทิศตะวันตก อีก 868 ล้านบาท






