ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ผันผวน ‘ต้นทุนเชื้อเพลิง’ กำลังบีบมาร์จิ้นผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ขณะที่การแข่งขันกับแพลตฟอร์มดิจิทัลยิ่งเร่งให้โครงสร้างตลาดต้องปรับตัวเร็วขึ้น เสียงเรียกร้องเชิงนโยบายจึงเริ่มชัดขึ้นจากภาคผู้ประกอบอาชีพที่อยู่แนวหน้าของเศรษฐกิจเมือง
กลุ่มสมาคมรถรับจ้างขนส่งสาธารณะ 5 สมาคม นำโดย วรพล แกมขุนทดนายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่าน สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้เร่งแก้ไขกฎหมายและกติกาการแข่งขันในตลาดแพลตฟอร์มรับส่งผู้โดยสาร หลังต้นทุนน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง กระทบรายได้ผู้ขับขี่โดยตรง
ข้อเสนอหลักมุ่งไปที่การยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ ‘เป็นธรรมและเท่าเทียม’ ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การกำหนดบทลงโทษต่อผู้ให้บริการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ รวมถึงการผลักดันให้ภาครัฐพัฒนาแอปพลิเคชันรถรับจ้างสาธารณะของตัวเอง เพื่อสร้างทางเลือกและลดอำนาจผูกขาดเชิงแพลตฟอร์ม
ในมิติการลดต้นทุน กลุ่มผู้ประกอบการเสนอปรับอายุการใช้งานรถแท็กซี่ จากเดิมไม่เกิน 9 ปี เป็น 12 ปี และขยายเป็น 15 ปีสำหรับรถแท็กซี่ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดภาระการลงทุน พร้อมเรียกร้องให้รัฐมีบทบาทกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนพลังงานและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง
ด้าน สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับข้อเสนอและจะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา โดยประเด็นดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของระบบขนส่งสาธารณะไทย ที่ต้องเผชิญทั้งแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การแก้โจทย์ ‘น้ำมันแพง’ ไม่ได้อยู่แค่การตรึงราคา แต่ต้องปรับทั้งกติกาตลาด เทคโนโลยี และโครงสร้างต้นทุน เพื่อให้ผู้ให้บริการอยู่รอดได้ในระยะยาว




