8 มกราคม 2566 เป็นวันที่จีนประกาศยกเลิกข้อกำหนดการกักกันโรคโควิด-19 หรือควอรันทีน สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดย ‘ท่องเที่ยวไทย’ เป็นหมุดหมายสำคัญแห่งหนึ่งที่ต้องจับตา แล้วมีธุรกิจอะไรบ้าง ได้อานิสงส์ ย้อนดูร่องรอยการท่องเที่ยวที่ผ่านมาของ ‘นักท่องเที่ยวจีน’
1. ชอบเที่ยววัด ได้แก่
3. เยาวราช จัดเป็น ‘ไชน่าทาวน์ของเมืองไทย’ ที่เต็มไปด้วยของอร่อยมากมาย
4. เอเชียทีค อีกแลนด์มาร์ก ที่มีบรรยากาศติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีชิงช้าสวรรค์, โชว์การแสดงต่าง ๆ, มีหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ และอีกหลากหลายกิจกรรมประเพณี
5. ห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมือง (สยามพารากอน, สยามสแควร์, เซ็นทรัลเวิลด์ และไอคอนสยาม เป็นต้น) ชื่นชอบกิจกรรมชอบปิ้ง ขนมขบเคี้ยว ยาอม ยาดม ยาหอมต่าง ๆ ซึ่งในด้านราคานั้น จะถูกกว่าที่จีนมาก
6. เที่ยวตลาดชื่อดัง เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดกลางคืน (ตลาดนัดรถไฟรัชดา) ด้วยเพราะที่เที่ยวเหล่านี้มีครบตั้งแต่ของกิน แฟชั่น ของเก่า ของตกแต่ง หนังสือ สัตว์เลี้ยง และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าไปที่เดียว ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์
สถานที่: คนจีนชอบไปไหน?
จากการตรวจสอบสถานที่ในประเทศไทย ซึ่งคนจีนชื่นชอบมาท่องเที่ยวจากอดีตถึงปัจจุบัน พบไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้1. ชอบเที่ยววัด ได้แก่
- วัดพระแก้ว แลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ
- วัดโพธิ์ เป็นวัดแห่งตำนาน มีความสำคัญคู่กรุงรัตนโกสินทร์ ขึ้นชื่อว่าเป็นเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เป็นแหล่งรวบรวมวิชาความรู้ศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งประวัติศาสตร์ วรรณคดี และการแพทย์ และยังเป็นสถานที่ที่ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียนเป็น ‘มรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก’
3. เยาวราช จัดเป็น ‘ไชน่าทาวน์ของเมืองไทย’ ที่เต็มไปด้วยของอร่อยมากมาย
4. เอเชียทีค อีกแลนด์มาร์ก ที่มีบรรยากาศติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีชิงช้าสวรรค์, โชว์การแสดงต่าง ๆ, มีหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ และอีกหลากหลายกิจกรรมประเพณี
5. ห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมือง (สยามพารากอน, สยามสแควร์, เซ็นทรัลเวิลด์ และไอคอนสยาม เป็นต้น) ชื่นชอบกิจกรรมชอบปิ้ง ขนมขบเคี้ยว ยาอม ยาดม ยาหอมต่าง ๆ ซึ่งในด้านราคานั้น จะถูกกว่าที่จีนมาก
6. เที่ยวตลาดชื่อดัง เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดกลางคืน (ตลาดนัดรถไฟรัชดา) ด้วยเพราะที่เที่ยวเหล่านี้มีครบตั้งแต่ของกิน แฟชั่น ของเก่า ของตกแต่ง หนังสือ สัตว์เลี้ยง และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าไปที่เดียว ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์


ขณะที่เมื่อออกต่างจังหวัด จะพบจังหวัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งประกอบด้วย ภูเก็ต ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) จากรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลายตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้กันเลยทีเดียว
5. การส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงยางพารา ก็มีแนวโน้มได้ประโยชน์ตามไปด้วย เพราะที่ผ่านมาโรงงานต่างชาติหลายแห่งในจีนน่าจะเริ่มกลับมาเดินเครื่องสายการผลิตของตนเอง หลังจากต้องหยุดชะงักไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด
อานิสงส์ธุรกิจได้ประโยชน์
กล่าวได้ว่า การเปิดประเทศของจีนครั้งนี้ ประเทศที่ได้อานิสงส์มากสุด มี 3 ประเทศที่เป็นยอดฮิตของจีน นั่นคือ ไทย ฮ่องกง และสิงคโปร์ โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศมากถึง 5.42 แสนล้านบาท ปัจจัยมาจากการส่งออกและยอดท่องเที่ยวจีนที่มามากขึ้น เพื่อปลดปล่อยพลังแห่งการบริโภคอันมหาศาลที่อัดอั้นไว้มานานกว่า 3 ปี ดังนั้น จากสถานที่ในข้างต้น ทำให้กลุ่มธุรกิจที่จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ ประกอบด้วย
1. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เกี่ยวข้องกับคนจีน
2. ธุรกิจ ‘มูแตลู’ เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มคนจีนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นจีนมาเลย์ จีนสิงคโปร์ จีนฮ่องกง จีนไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่
3. ธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทาง
- ท่าอากาศยานและธุรกิจสนับสนุนท่าอากาศยาน เช่น ผู้ให้บริการภาคพื้นดิน
- การให้บริการผู้โดยสารตามสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการภายในท่าอากาศยาน
- ผู้ให้บริการร้านค้าปลีก
- ผู้ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกในการเก็บสินค้า
- รถลีมูซีน
- บริการที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทต่าง ๆ
- สายการบิน
- โรงแรม
5. การส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงยางพารา ก็มีแนวโน้มได้ประโยชน์ตามไปด้วย เพราะที่ผ่านมาโรงงานต่างชาติหลายแห่งในจีนน่าจะเริ่มกลับมาเดินเครื่องสายการผลิตของตนเอง หลังจากต้องหยุดชะงักไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด

คาดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 5 ล้านคน ปี 2566
สำหรับตัวเลขคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยหนนี้ ในส่วนของกรมควบคุมโรค ซึ่งเตรียมพร้อมรับมือ ภายใต้คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศทั้งปี 2566 ไว้ที่ 5 ล้านคน ขณะที่ในภาคธุรกิจคาดการณ์ เม็ดเงินเข้าประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจไทยราว 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.42 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็น 2.9% ของขนาด GDP ไทยในปัจจุบันนอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า ระยะแรกหรือในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 (มกราคม-มีนาคม) จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทย ไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน เริ่มคึกคักตั้งแต่เทศกาลตรุษจีน ที่จะมีขึ้นระว่างวันที่ 21 – 27 มกราคม 2566 นี้เป็นต้นไป ‘ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร’ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าว
นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ให้รายละเอียดว่า ช่วงเดือนแรกของการเปิดประเทศ จะยังไม่เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาทันทีทันใด เนื่องจากหลายส่วนยังไม่พร้อมรองรับ โดยเฉพาะสายการบิน รวมถึงการยื่นขอทำหนังสือเดินทาง และวีซ่าซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร เร็วที่สุดที่น่าจะเห็นบรรยากาศการเดินทางที่คึกคักคือ ตั้งแต่กุมภาพันธ์และมีนาคม 2566 เป็นต้นไป และคาด ช่วง 3 เดือนแรก (มกราคม-มีนาคม 2566) จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน



