วันที่ 15 ตุลาคม 2569 สำนักงาน กสทช. โดย ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. ประกาศรับสมัครคัดเลือกพนักงานขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก 13 ตำแหน่ง โดยระบุว่าได้รับความเห็นชอบจากประธาน กสทช. ท่ามกลางข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ที่มีคำพิพากษาศาลปกครองกลางยืนตามมติคณะกรรมการสรรหา กสทช. ในประเด็นคุณสมบัติ
ประเด็นที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่การเปิดรับสมัครผู้บริหาร แต่คือ อำนาจของประธาน กสทช. ที่ให้ความเห็นชอบต่อกระบวนการแต่งตั้ง ว่ามีผลทางกฎหมายอย่างไร ภายหลังมีหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องถือว่า นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งมาตั้งแต่ต้น และไม่ได้เป็นกรรมการ กสทช. มาแต่แรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ลงนามประกาศรับสมัครคัดเลือกพนักงานเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนัก จำนวน 13 ตำแหน่ง โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 19–30 ตุลาคม 2569 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกพนักงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2565 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ประกาศดังกล่าวระบุชัดว่า การเปิดรับสมัครดำเนินการ “โดยความเห็นชอบของประธาน กสทช.” ขณะที่ข้อ 5.3 กำหนดให้เลขาธิการ กสทช. พิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้ง และเสนอต่อประธาน กสทช. เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนออกคำสั่งแต่งตั้ง
ประเด็นอยู่ที่ หากผู้ให้ความเห็นชอบมีปัญหาสถานะตามข้อวินิจฉัยทางกฎหมาย กระบวนการบริหารบุคคลที่อาศัยอำนาจดังกล่าวจะได้รับผลกระทบหรือไม่
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ นพ.สรณ ยื่นขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งชี้ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติในการเข้ารับตำแหน่ง โดยผลคำพิพากษาดังกล่าวเป็นที่มาของข้อถกเถียงเรื่องสถานะกรรมการและประธาน กสทช.
ต่อมา เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. อ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองกลาง พร้อมระบุว่า ต้องถือว่า นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่แรก และไม่ได้เป็นกรรมการ กสทช. มาแต่ต้น อีกทั้งขอให้ชี้แจงการดำเนินงานที่อาศัยคำสั่งของ นพ.สรณ
ข้อพิพาทดังกล่าวทำให้การเปิดรับสมัครผู้บริหาร 13 ตำแหน่งถูกตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 33 เชื่อมโยงการแต่งตั้งพนักงานระดับบริหารตั้งแต่ผู้อำนวยการสำนักขึ้นไปกับหลักเกณฑ์ตามข้อ 29 วรรคสอง ซึ่งกำหนดให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยความเห็นชอบของประธาน กสทช. และกำหนดให้เลขาธิการ กสทช. ออกคำสั่งแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากประธาน กสทช. เช่นกัน
เมื่อประกาศรับสมัครของ รักษาการเลขาธิการ กสทช. ระบุว่า ได้รับความเห็นชอบจากประธาน กสทช. แล้ว จึงเกิดคำถามว่า ความเห็นชอบดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ หากสถานะของ นพ.สรณ เป็นไปตามข้อวินิจฉัยที่ระบุว่าไม่ได้เป็นกรรมการมาตั้งแต่ต้น
ประเด็นนี้ยังต้องพิจารณาจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและผลทางกฎหมายของคำพิพากษาโดยตรง จึงยังไม่อาจสรุปได้โดยอัตโนมัติว่าประกาศรับสมัครหรือกระบวนการคัดเลือกทั้ง 13 ตำแหน่งเป็นโมฆะหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การเปิดรับสมัครครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกจุดทดสอบสำคัญของวิกฤตภายใน กสทช. ว่าการบริหารงานบุคคลจะเดินหน้าต่อไปได้ภายใต้ข้อพิพาทเรื่องอำนาจของประธานหรือไม่ และสำนักงาน กสทช. จะชี้แจงฐานอำนาจทางกฎหมายที่ใช้ในการออกประกาศครั้งนี้อย่างไร




