ที่ปรึกษาทรัมป์เผย สหรัฐอาจถือหุ้นบริษัทอื่นๆ เพิ่มเติมหลังอินเทล

26 ส.ค. 2568 - 06:01

  • รัฐบาลสหรัฐถือหุ้นอินเทล 9.9% มูลค่า 8.9 พันล้านดอลลาร์

  • ทรัมป์แสดงความหวังจะมีการลงทุนในบริษัทอื่นๆ เพิ่มเติม

  • แผนจัดตั้งกองทุนอธิปไตยของสหรัฐเพื่อลงทุนระยะยาว

ที่ปรึกษาทรัมป์เผย สหรัฐอาจถือหุ้นบริษัทอื่นๆ เพิ่มเติมหลังอินเทล

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอาจขยายการถือหุ้นในบริษัทเอกชนเพิ่มเติม หลังจากการลงทุนในผู้ผลิตชิปอินเทล เควิน แฮสเซ็ต ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติและที่ปรึกษาเศรษฐกิจชั้นนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยแนวทางดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

รัฐบาลสหรัฐเข้าถือหุ้นอินเทล 9.9%

ภายใต้ข้อตกลงล่าสุด รัฐบาลสหรัฐจะได้รับหุ้นสามัญของอินเทลจำนวน 433.3 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 9.9% ของบริษัท โดยมีมูลค่าการลงทุนรวม 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนส่วนหนึ่งมาจากเงินช่วยเหลือ 5.7 พันล้านดอลลาร์ภายใต้กฎหมาย CHIPS and Science Act ที่ผ่านการอนุมัติในสมัยประธานาธิบดี โจ ไบเดน

ทรัมป์แสดงความมั่นใจต่อแนวทางใหม่

ทรัมป์กล่าวว่า ‘หวังว่าจะมีกรณีแบบนี้เพิ่มอีกหลายๆ กรณี และจะมีกรณีอื่นๆ หากผมมีโอกาสอีกครั้ง ผมจะทำแบบเดียวกัน’ แฮสเซ็ตระบุว่าการลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับแผนจัดตั้งกองทุนอธิปไตยของสหรัฐที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

ข้อจำกัดและความกังวลจากอินเทล

อินเทลเตือนในเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ว่า การที่รัฐบาลเข้ามาถือหุ้นอาจส่งผลต่อความสามารถในการได้รับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐในอนาคต บริษัทระบุว่าธุรกิจระหว่างประเทศอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากการที่รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

กองทุนอธิปไตยคือกองทุนลงทุนที่เป็นของรัฐ ซึ่งบริหารเงินสำรองส่วนเกินของประเทศจากรายได้ทรัพยากรธรรมชาติหรือดุลการค้าเกินดุล เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว แฮสเซ็ตเน้นว่าหุ้นที่รัฐบาลถือจะไม่มีสิทธิออกเสียง และรัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงการบริหารงานของบริษัท

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์