รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอาจขยายการถือหุ้นในบริษัทเอกชนเพิ่มเติม หลังจากการลงทุนในผู้ผลิตชิปอินเทล เควิน แฮสเซ็ต ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติและที่ปรึกษาเศรษฐกิจชั้นนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยแนวทางดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
รัฐบาลสหรัฐเข้าถือหุ้นอินเทล 9.9%
ภายใต้ข้อตกลงล่าสุด รัฐบาลสหรัฐจะได้รับหุ้นสามัญของอินเทลจำนวน 433.3 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 9.9% ของบริษัท โดยมีมูลค่าการลงทุนรวม 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนส่วนหนึ่งมาจากเงินช่วยเหลือ 5.7 พันล้านดอลลาร์ภายใต้กฎหมาย CHIPS and Science Act ที่ผ่านการอนุมัติในสมัยประธานาธิบดี โจ ไบเดน
ทรัมป์แสดงความมั่นใจต่อแนวทางใหม่
ทรัมป์กล่าวว่า ‘หวังว่าจะมีกรณีแบบนี้เพิ่มอีกหลายๆ กรณี และจะมีกรณีอื่นๆ หากผมมีโอกาสอีกครั้ง ผมจะทำแบบเดียวกัน’ แฮสเซ็ตระบุว่าการลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับแผนจัดตั้งกองทุนอธิปไตยของสหรัฐที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
ข้อจำกัดและความกังวลจากอินเทล
อินเทลเตือนในเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ว่า การที่รัฐบาลเข้ามาถือหุ้นอาจส่งผลต่อความสามารถในการได้รับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐในอนาคต บริษัทระบุว่าธุรกิจระหว่างประเทศอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากการที่รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
กองทุนอธิปไตยคือกองทุนลงทุนที่เป็นของรัฐ ซึ่งบริหารเงินสำรองส่วนเกินของประเทศจากรายได้ทรัพยากรธรรมชาติหรือดุลการค้าเกินดุล เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว แฮสเซ็ตเน้นว่าหุ้นที่รัฐบาลถือจะไม่มีสิทธิออกเสียง และรัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงการบริหารงานของบริษัท




