ทรัมป์พลิกนโยบายฮอร์มุซ ยกเลิกค่าธรรมเนียมเรือ ใช้ดีลการค้าแทนหลังถูกกดดันจากพันธมิตรอ่าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศยกเลิกแผนเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากประกาศนโยบายดังกล่าวไปเพียงวันเดียว โดยระบุว่าจะใช้ข้อตกลงการค้าและการลงทุนกับกลุ่มรัฐอ่าวแทนการเก็บค่าผ่านทาง
ผู้นำตะวันออกกลางโน้มน้าวทรัมป์เปลี่ยนใจ
ทรัมป์เปิดเผยผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ Truth Social ว่า หลังการหารืออย่างสร้างสรรค์กับผู้นำในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตนได้ตัดสินใจแทนที่ค่าธรรมเนียม 20% ด้วยข้อตกลงการค้าและการลงทุนที่รัฐอ่าวต่าง ๆ จะนำเงินเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ แทน โดยระบุว่าผู้นำจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน และคูเวต ต่างโทรมาขอให้พิจารณาแนวทางใหม่
"พวกเขาบอกว่าอยากลงทุนในสหรัฐฯ ด้วยเงินหลายพันล้านดอลลาร์ และผมชอบแนวทางนั้น เพราะผมไม่คิดว่าใครควรมีสิทธิ์เก็บค่าธรรมเนียมจากช่องแคบนี้" ทรัมป์กล่าวกับสื่อมวลชนระหว่างต้อนรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอิรักที่ห้องโอวัลออฟฟิศ
บริบทความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
ช่องแคบฮอร์มุซถูกอิหร่านปิดส่วนใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มเปิดใหม่บางส่วนหลังข้อตกลงหยุดยิงในเดือนมิถุนายน แต่กลับตึงเครียดอีกครั้งเมื่อข้อตกลงสงบศึกสิ้นสุดลงโดยพฤตินัยในสัปดาห์ที่แล้ว
คงมาตรการปิดล้อมเรืออิหร่าน
แม้จะยกเลิกค่าธรรมเนียม ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการปิดล้อมเต็มรูปแบบต่อเรือที่เดินทางเข้าออกท่าเรือของอิหร่าน หรือขนส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยมีผลตั้งแต่เวลา 20.00 น. GMT ในวันอังคาร ขณะที่กองบัญชาการทหารอิหร่านประกาศจะไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ "แทรกแซง" ในช่องแคบดังกล่าว
ทั้งนี้ การประกาศเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อวันจันทร์ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นทันที และสร้างความกังวลในหมู่พันธมิตร โดยเฉพาะเมื่อคำนึงว่าสหรัฐฯ เคยวิจารณ์อิหร่านในกรณีที่มีแผนเก็บค่าธรรมเนียมในลักษณะเดียวกันมาก่อน




