ทรัมป์ขู่ EU จ่ายราคาแพง หลังปรับ Google กว่า 3.2 หมื่นล้านบาท
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะเปิดการสอบสวนทางการค้าอย่างเป็นทางการและพิจารณาขึ้นภาษีสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรปสั่งปรับ Google เป็นเงิน 890 ล้านยูโร หรือราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุที่บริษัทละเมิดกฎหมายตลาดดิจิทัล (Digital Markets Act: DMA)
ทรัมป์โพสต์ Truth Social ประณาม EU โดยตรง
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า EU จะต้อง "จ่ายราคาอย่างหนัก" สำหรับพฤติกรรมที่เขาเรียกว่าผิดกฎหมายและไร้จริยธรรม พร้อมประกาศจะ "เปิดการสอบสวนตามมาตรา 301 ทันที" โดยกล่าวหาว่า EU กำลัง "ปล้น" บริษัทอเมริกัน และย้ำว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่ "กระปุกออมสิน" ของยุโรป
มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เปิดช่องให้รัฐบาลสหรัฐฯ สอบสวนการปฏิบัติของต่างชาติที่เห็นว่าเลือกปฏิบัติและตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีได้ การขู่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทำเนียบขาวประกาศขึ้นภาษีครอบคลุมคู่ค้า 60 รายรวมถึง EU ในอัตรา 10-12.5% ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วในวันเดียวกัน
EU ปรับ Google สองกรณีครั้งแรกภายใต้ DMA
คณะกรรมาธิการยุโรปออกคำตัดสินสองฉบับแยกกัน ได้แก่ ปรับ 460 ล้านยูโร กรณีที่ Google ให้ความได้เปรียบแก่บริการช็อปปิ้ง โรงแรม ขนส่ง และกีฬาของตนเองในผลการค้นหา และปรับอีก 430 ล้านยูโร จากการกีดกันไม่ให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันนำผู้ใช้ไปยังข้อเสนอราคาถูกกว่าบนช่องทางอื่นนอก Google Play Store นับเป็นบทลงโทษครั้งแรกของ Google ภายใต้กฎหมาย DMA
EU ยืนหยัดไม่ถอย ขณะความตึงเครียดทวีความรุนแรง
เฮนนา วีร์คูเนน หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ EU ยืนยันว่าสหภาพยุโรปจะไม่ถอยหลังจากการบังคับใช้กฎหมายของตนเอง โดยระบุว่า "เราให้ความสำคัญกับกฎระเบียบของเราอย่างมาก" ด้านผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เจมีสัน กรีร์ วิจารณ์คำตัดสินดังกล่าวว่าบ่อนทำลาย "บทสนทนาเชิงสร้างสรรค์" และสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
ความตึงเครียดที่ทวีขึ้นนี้กำลังสั่นคลอนกรอบข้อตกลงการค้าที่วอชิงตันและบรัสเซลส์เพิ่งบรรลุได้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายสรุปดีลดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้าที่สร้างความเสียหาย




