เอกสารเปิดเผยทางการเงินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เปิดเผยว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทอเมริกันมูลค่ารวมหลายร้อยล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026
รายละเอียดการซื้อขายหลักทรัพย์
รายงานเปิดเผยทางการเงินที่ยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมรัฐบาล (Office of Government Ethics) แสดงรายละเอียดการซื้อหลักทรัพย์บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ Nvidia, Apple, Amazon, Microsoft, Adobe, Oracle และ Uber โดยแต่ละธุรกรรมมีมูลค่าระหว่าง 1-5 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลเผยให้เห็นว่ามีการซื้อหลักทรัพย์มากกว่า 2,300 รายการในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ขณะที่การขายหลักทรัพย์ประมาณ 1,300 รายการ รวมถึงธุรกรรม Microsoft, Amazon และ Meta มูลค่าระหว่าง 5-25 ล้านดอลลาร์
ข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
สำนักงานจริยธรรมรัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแลฝ่ายบริหาร เพื่อ "ป้องกันการขัดแย้งทางผลประโยชน์ทางการเงินและการละเมิดกฎจริยธรรมอื่นๆ" ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของหน่วยงาน
ทรัมป์มักปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าตนและครอบครัวใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ตนเองและพวกพ้อง
เหตุการณ์ที่น่าสังเกต
ในสัปดาห์เดียวกันนี้ ซีอีโอของ Nvidia และ Apple ได้เข้าร่วมคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในการเยือนปักกิ่งของทรัมป์ เพื่อพบกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ด้วยความหวังที่จะทำข้อตกลงทางการค้ากับเศรษฐกิจอันดับสองของโลก ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น
โครงสร้างการถือครองทรัพย์สิน
ทรัพย์สินของทรัมป์อยู่ในกองทรัสต์ที่บริหารโดยโดนัลด์ จูเนียร์ บุตรชายของเขา โครงสร้างดังกล่าวจัดทำในลักษณะที่ทรัมป์สามารถกลับมาบริหารทรัพย์สินโดยตรงได้ตลอดเวลา





