ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลวอชิงตันเตรียม ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันบางส่วน เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาดโลกและช่วยลดราคาพลังงาน หลังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ตลาดน้ำมันเกิดความผันผวนรุนแรง
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังหารือกับประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ว่า
เรากำลังยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนที่เกี่ยวกับน้ำมัน เพื่อช่วยลดราคา
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐ ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าประเทศใดจะได้รับการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว หรือมาตรการใดจะถูกยกเลิก
เขายังกล่าวถึงประธานาธิบดีจีน Xi Jinping ซึ่งจีนถือเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลกและเป็นคู่ค้าสำคัญของรัสเซีย
ตลาดน้ำมันผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง
คำแถลงของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนอย่างหนัก จากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวว่า สงครามอาจสิ้นสุดเร็วกว่าที่คาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงทันที ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวหลังจากแกว่งตัวรุนแรงตลอดทั้งวันก่อนหน้า
ผู้นำสหรัฐยังระบุว่า หากสงครามยุติลง สหรัฐอาจคงมาตรการผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันต่อไป
สหรัฐอาจเปิดทางให้น้ำมันรัสเซียกลับตลาด
รัฐมนตรีคลังสหรัฐ Scott Bessent เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า วอชิงตันกำลังพิจารณา ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเพิ่มเติม
หนึ่งวันก่อนหน้านั้น สหรัฐได้อนุญาตชั่วคราวให้ อินเดียสามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ เพื่อระบายสินค้าน้ำมันที่ติดค้างอยู่ในทะเลจากผลของมาตรการคว่ำบาตร
รัฐบาลสหรัฐระบุว่า การทำธุรกรรมดังกล่าวจะได้รับอนุญาต จนถึงวันที่ 3 เมษายน 2026 การผ่อนคลายมาตรการอาจช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาดโลก แต่ก็ทำให้สหรัฐต้องเผชิญ ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการกดดันรายได้ของรัสเซียกับการควบคุมราคาพลังงาน
เศรษฐกิจรัสเซียยังเผชิญแรงกดดัน
รายได้จากน้ำมันและก๊าซของรัสเซียลดลงอย่างมาก หลังถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกจากกรณี Russian invasion of Ukraine
รายได้พลังงานของมอสโกในเดือนมกราคมลดลงสู่ ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ขณะที่เศรษฐกิจรัสเซียได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายสงครามและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ในเดือนตุลาคม 2025 สหรัฐยังได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย ได้แก่
• Lukoil
• Rosneft
เอเชียเริ่มใช้มาตรการฉุกเฉินรับมือราคาพลังงาน
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทำให้หลายประเทศผู้นำเข้าในเอเชียเริ่มใช้มาตรการรับมือ
• South Korea เปิดใช้งบกองทุนรักษาเสถียรภาพตลาดมูลค่า 68,000 ล้านดอลลาร์
• Japan กำลังพิจารณาปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองแห่งชาติ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ปั๊มน้ำมันในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม เมียนมา และฟิลิปปินส์ เริ่มเกิดคิวรถต่อแถวยาว
นักวิเคราะห์ชี้มาตรการสหรัฐอาจช่วยรัสเซียโดยไม่ตั้งใจ
ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่า สงครามกับอิหร่านและการโค่นผู้นำเวเนซุเอลา Nicolás Maduro เมื่อเดือนมกราคม อาจทำให้ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ หันไปพึ่งน้ำมันรัสเซียมากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้รัสเซียย้ำกับจีนว่า
เส้นทางขนส่งทางทะเลอาจถูกสหรัฐตัดได้ทุกเมื่อ ทำให้ทางเลือกที่มั่นคงที่สุดคือ ท่อส่งพลังงานและเส้นทางคมนาคมจากรัสเซียสู่จีน





