กระแสช่วยไม่ให้จอดำ เรียกร้อง บอร์ด กสทช. เห็นชอบโรดแมปทีวีดิจิทัล และแนวทางกำกับ OTT สำคัญแค่ไหนกับอุตสากรอด ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของภูมิทัศน์สื่อ การกำหนด Roadmap ทีวีดิจิทัลและแนวทางกำกับบริการ OTT (Over-the-Top) ได้กลายเป็นหนึ่งในโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุในปี 2029
จากทีวีดิจิทัลสู่โลกสตรีมมิ่ง การเปลี่ยนแปลงเลี่ยงไม่ได้
การเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์อนาล็อกสู่ระบบดิจิทัลในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นการปฏิรูปสื่อครั้งสำคัญของไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ในการจัดทำ Roadmap การเปลี่ยนผ่าน 4 ระยะ ตั้งแต่การพัฒนานโยบาย การจัดทำกฎระเบียบ การประมูลใบอนุญาต จนถึงการยุติระบบอนาล็อก
ในทางปฏิบัติ ตลาดทีวีดิจิทัลต้องเผชิญความท้าทายรุนแรงจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น รายได้โฆษณาที่หดตัว และการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชมไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายประสบปัญหาขาดทุนเรื้อรังจนต้องคืนใบอนุญาต
ขณะเดียวกัน การเติบโตของบริการ OTT โดยเฉพาะสตรีมมิ่งวิดีโอ ได้เปลี่ยนสมการการแข่งขันของอุตสาหกรรมสื่อทั่วโลกรวมถึงไทย การที่ผู้ใช้สามารถรับชมเนื้อหาได้ผ่านอุปกรณ์หลากหลาย ทั้งแบบสตรีมมิ่งสดและดูย้อนหลังตามต้องการ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับชมอย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อสตรีมมิ่งแซงหน้าทีวี
"หน้าจอหลัก" ของผู้บริโภคจำนวนมากได้ย้ายจากจอทีวีไปสู่จอมือถือและจอคอมพิวเตอร์อย่างชัดเจน ส่งผลให้รายได้โฆษณาทีวีลดลงสวนกับงบออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น แม้ทีวีจะยังครองอันดับหนึ่งของสัดส่วนงบโฆษณาโดยรวม แต่ในช่วงมกราคมถึงกรกฎาคม 2024 มูลค่าโฆษณาทีวีลดลง 2% ขณะที่ภาพรวมงบโฆษณาสื่อทั้งหมดเติบโต 2%
ความสำคัญของแผนแม่บทฉบับใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เริ่มขยับเพื่อรับมือกับความท้าทายของยุคสื่อดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดทำ "ร่างแผนแม่บทการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569–2573)" ซึ่งเป็นกรอบนโยบายหลักของภาคการแพร่ภาพและกระจายเสียงในช่วงปี 2026–2030
ร่างแผนแม่บทฉบับใหม่กำหนดวิสัยทัศน์การสร้างระบบการสื่อสารที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม เพื่อรองรับเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทย รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยบริการสื่อที่เข้าถึงได้ ปลอดภัย และมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติและการเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม
การขยับตัวสำคัญในการกำกับ OTT
พัฒนาการสำคัญอีกประการหนึ่งคือการที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งรับคำฟ้องคดีผู้ใช้บริการ OTT ทีวีรายหนึ่ง ที่ยื่นฟ้องสำนักงาน กสทช. โดยอ้างว่าหน่วยงานกำกับละเลยต่อหน้าที่ในการกำกับบริการโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต ศาลเห็นว่า "บริการโทรทัศน์ผ่านระบบ OTT" เป็นส่วนหนึ่งของการแพร่ภาพโทรทัศน์ตามกฎหมาย ไม่ว่าการแพร่ภาพนั้นจะส่งผ่านคลื่นความถี่ เคเบิล อินเทอร์เน็ต หรือระบบใดก็ตาม
การยอมรับนี้มีความหมายสำคัญ เพราะยืนยันว่า OTT ทีวีไม่ได้อยู่นอกระบบกำกับดูแลอีกต่อไป แต่ถูกครอบคลุมโดยกรอบเดียวกับบริการโทรทัศน์ดั้งเดิมในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคและการกำกับเนื้อหาบางมิติ
ความท้าทายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
ในยุคที่การรับชมผ่านสตรีมมิ่งและแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงของผู้บริโภคก็เปลี่ยนรูปแบบไป ทั้งในมิติข้อมูลเท็จและบิดเบือน การถูกเก็บและใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล การถูกแสดงโฆษณาแบบเจาะจงบุคคล การชักจูงให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยง และการเสพเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต
ร่างแผนแม่บทฉบับที่ 3 ให้ความสำคัญกับการรับมือข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนอย่างชัดเจน โดยเสนอให้ กสทช. ทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ องค์กรสื่อ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และตอบโต้เนื้อหาที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด
การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและ Thailand 4.0
ภายใต้ยุทธศาสตร์ "ประเทศไทย 4.0" อุตสาหกรรมสื่อ ดิจิทัลคอนเทนต์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ถือเป็นส่วนสำคัญ ทั้งในเชิงมูลค่าตลาดโดยตรงและในเชิงการสร้างภาพลักษณ์และ soft power ของประเทศ เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยราว 7.3% ต่อปี และคาดว่าจะมีมูลค่าราว 140.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025
Roadmap ทีวีดิจิทัลและกรอบกำกับ OTT หากออกแบบให้สอดคล้องกับ Thailand 4.0 จะสามารถส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้หลายทาง เช่น การดึงดูดการลงทุนของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกให้ใช้ไทยเป็นฐานผลิตเนื้อหา การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สร้างแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ที่แข่งขันได้ในระดับภูมิภาค
การแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดสื่อ
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือความไม่สมดุลของภาระด้านกฎหมายและกฎระเบียบระหว่างผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลกับผู้เล่น OTT ทั้งในแง่ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต การกำกับเนื้อหา การจำกัดโฆษณา การจัดผังรายการ และข้อกำหนดด้านบริการสาธารณะ ในขณะที่แพลตฟอร์ม OTT แทบไม่มีข้อบังคับเฉพาะในระดับเดียวกัน
การออกแบบ "สนามแข่งขันที่เป็นธรรม" ไม่ใช่การทำให้ทุกฝ่ายมีภาระเท่ากัน หากแต่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างด้านโครงสร้างต้นทุน ความสามารถในการแข่งขัน และบทบาททางสังคม เช่น สถานีบริการสาธารณะอาจสมควรได้รับการสนับสนุนพิเศษ ขณะที่แพลตฟอร์ม OTT ข้ามชาติที่มีรายได้สูงควรรับผิดชอบต่อระบบสื่อและสังคมไทยมากขึ้น
การเติบโตของ OTT ในไทยยังได้สร้างโอกาสใหม่มหาศาลให้กับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ทั้งในรูปการเป็นฐานการผลิตคอนเทนต์ให้แพลตฟอร์มระดับโลก การร่วมผลิตกับผู้เล่นต่างชาติ และการสร้างแบรนด์คอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก ความสำเร็จของซีรีส์และภาพยนตร์ไทยบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเป็นสัญญาณที่ดีของศักยภาพ
Roadmap ทีวีดิจิทัลและกรอบกำกับ OTT ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับอนาคตของระบบสื่อไทยในยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การออกแบบนโยบายที่สมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม การคุ้มครองผู้บริโภค และการรักษาความหลากหลายของเสียงในสังคมประชาธิปไตย จะเป็นกุญแจสำคัญที่กำหนดว่าประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้มากน้อยเพียงใด




