เปิดขุมทรัพย์ สสว.  1.3 พันล้านบาท จับตางบบริหาร งบสร้างแบรนด์ 80 ล้าน  ดัน e-Commerce 495 ล้าน

31 ก.ค. 2569 - 14:00

  • เม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ สสว. ในปี 2569 มีมูลค่ารวมกว่า 1,346 ล้านบาท 

  • งบจำนวนมากถูกใช้ไปกับการบริหารโครงการ การประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรม หรือค่าที่ปรึกษา มากกว่าการสนับสนุนผู้ประกอบการโดยตรง

  • การตั้งงบประมาณ ควรรองรับพันธกิจขององค์กร หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการใช้เงินภาษีของประชาชน

เปิดขุมทรัพย์ สสว.  1.3 พันล้านบาท จับตางบบริหาร งบสร้างแบรนด์ 80 ล้าน  ดัน e-Commerce 495 ล้าน

การใช้งบประมาณของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปีงบประมาณ 2569 กำลังถูกจับตามอง หลังพบว่า มีเม็ดเงินจำนวนมากถูกจัดสรรทั้งเพื่อการบริหารองค์กร การพัฒนาระบบ และการส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยเมื่อนำข้อมูลที่เปิดเผยทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกัน พบว่าสามารถแบ่งออกเป็น 3 ก้อนงบสำคัญ ได้แก่ งบกองทุนส่งเสริม SME วงเงิน 771.28 ล้านบาท โครงการสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ สสว. วงเงินเฉียด 80 ล้านบาท และโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce วงเงิน 495 ล้านบาท

หากรวมทั้งสามส่วน เม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ สสว. มีมูลค่ารวมกว่า 1,346 ล้านบาท ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงใช้งบมากหรือน้อย แต่คือ เงินภาษีเหล่านี้สร้างประโยชน์กลับคืนให้ผู้ประกอบการ SME มากเพียงใด

จากรายละเอียด งบกองทุน 771.28 ล้านบาท พบว่า ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและการบริหารสูงถึง 315.77 ล้านบาท หรือคิดเป็น 41% ของงบทั้งหมด สูงกว่างบยุทธศาสตร์ที่สนับสนุนผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งได้รับ 262.45 ล้านบาท หรือ 34%

แม้งบบริหารจะเป็นต้นทุนที่จำเป็นของหน่วยงานรัฐ แต่สัดส่วนที่สูงเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามว่า เม็ดเงินที่ลงไปถึงผู้ประกอบการจริงมีเพียงพอหรือไม่ และสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้คุ้มค่ากับงบประมาณหรือไม่

ทั้งหมดที่นำเสนอไปเป็นงบประมาณที่รวบรวมจากเอกสารงบประมาณ ของ สสว. ยังมีโครงการอีก 2 โครงการที่น่าจับตามอง คือ  โครงการสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ สสว. วงเงินเฉียด 80 ล้านบาท ก็เป็นอีกโครงการที่น่าจับตา เพราะเป็นงบด้านการสื่อสารองค์กรที่มีวงเงินสูง การประเมินความคุ้มค่าจึงไม่ควรวัดจากยอดการรับรู้หรือจำนวนผู้เข้าถึงสื่อเท่านั้น แต่ควรวัดจากผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้ประกอบการ เช่น จำนวน SME ที่เข้าถึงบริการของ สสว. เพิ่มขึ้น จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ หรือมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหลังการประชาสัมพันธ์

โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce วงเงิน 495 ล้านบาทถือเป็นโครงการที่มีศักยภาพสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากที่สุด โครงการนี้อยู่ระหว่างเตรียมจะลงนามกับผู้ได้รับเลือก แต่มหาวิทยาลัยศิลปากร กำลังขออุทธรณ์เพื่อขอความชัดเจนในการคัดเลือกที่ไม่ผ่านระบบ E-Bidding โดยขณะที่ยังไม่มีข้อสรุปมีความพยายามเร่งลงนาม จนมหาวืทยาลัยศิลปากรเตรียมจะไปร้องศาลปกครอง 

หากงบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการจริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างช่องทางขายออนไลน์ การฝึกอบรม การพัฒนาทักษะดิจิทัล การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม และการเพิ่มยอดขาย ในทางกลับกัน งบจำนวนมากถูกใช้ไปกับการบริหารโครงการ การประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรม หรือค่าที่ปรึกษา มากกว่าการสนับสนุนผู้ประกอบการโดยตรง ประสิทธิภาพของโครงการก็อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

เมื่อพิจารณาภาพรวม งบประมาณของ สสว. ในปี 2569 มีการลงทุนทั้งในด้านนโยบาย ฐานข้อมูล ระบบดิจิทัล การบริหารองค์กร การสร้างภาพลักษณ์ และการพัฒนาผู้ประกอบการ ซึ่งล้วนมีความจำเป็นในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่สังคมควรติดตามคือ ผลลัพธ์ปลายทาง มากกว่าปริมาณเงินที่ใช้

ตัวชี้วัดที่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะ ได้แก่ จำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์จริง ต้นทุนต่อ SME หนึ่งราย ยอดขายที่เพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ จำนวนธุรกิจที่อยู่รอด มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของแต่ละโครงการ

ท้ายที่สุด ความคุ้มค่าของงบประมาณกว่า 1.3 พันล้านบาท จะไม่ถูกตัดสินจากตัวเลขในเอกสารงบประมาณ แต่จะถูกตัดสินจากคำถามง่าย ๆ ว่า SME ไทยขายของได้มากขึ้น แข่งขันได้ดีขึ้น และเติบโตได้จริงหรือไม่หากคำตอบคือใช่ งบประมาณเหล่านี้ย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่หากไม่สามารถแสดงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ งบก้อนใหญ่ดังกล่าวก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการใช้เงินภาษีของประชาชน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์