ไขปมกฎหมายศาลปกครอง รับฟ้อง "หมอสรณ" ทนายจี้แสดงสปิริต

3 ก.ย. 2569 - 13:19

  • กรณีขาดคุณสมบัติ โดยผลของกฎหมาย มีผลให้สถานะการเป็นกรรมการสิ้นสุดลงทันทีตั้งแต่นำสืบพบ เสมือนหนึ่งว่าไม่เคยได้รับเลือกมาตั้งแต่แรก จึงไม่มีความจำเป็นต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด

  • สถานะที่ยังคลุมเครือ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของประชาชนและการบริหารงานใน กสทช.

  • บอร์ด กสทช. ที่เหลือจำเป็นต้องเร่งหารือกับที่ปรึกษากฎหมายเพื่อหาทางออกอย่างจริงจัง หากปล่อยให้เกิดสภาวะสูญญากาศ

ไขปมกฎหมายศาลปกครอง รับฟ้อง "หมอสรณ" ทนายจี้แสดงสปิริต

กรณีสถานะตำแหน่งประธาน กสทช. ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังคงเป็นประเด็นปัญหาที่หาข้อยุติไม่ได้ และสร้างความสับสนแก่สังคม ภายหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา 

ดร.พีรภัทร ฝอยทอง ทนายความ ได้เปิดเผยถึงมุมมองทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อคลายข้อสงสัยและชี้ให้เห็นถึงแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับองค์กรอิสระแห่งนี้

ศาลปกครอง "รับฟ้อง" ไม่ใช่"ชนะคดี"

ดร.พีรภัทร อธิบายว่า คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเพียงขั้นตอนกระบวนการทางวิธีพิจารณาความ โดยศาลตัดสินเพียงประเด็นเดียวว่า "ให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา" หลังจากก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลาง (ชั้นต้น) มีคำสั่งไม่รับฟ้อง คำสั่งดังกล่าวไม่ได้เป็นการชี้ขาดหรือคืนตำแหน่งให้ นพ.สรณ แต่อย่างใด หลังจากนี้ คดีจะต้องกลับไปสู่การพิจารณาในเนื้อหาของศาลปกครองกลาง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการสรรหาระบุไว้หรือไม่

"ขาดคุณสมบัติ" ต่างจาก "พ้นจากตำแหน่ง"

ในประเด็นเรื่องการดำรงตำแหน่ง ดร.พีรภัทร ชี้ให้เห็นความแตกต่างทางกฎหมายที่สำคัญ ระหว่าง "การพ้นจากตำแหน่ง" ที่ต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง กับ "การขาดคุณสมบัติ"

กรณีขาดคุณสมบัติ โดยผลของกฎหมาย มีผลให้สถานะการเป็นกรรมการสิ้นสุดลงทันทีตั้งแต่นำสืบพบ เสมือนหนึ่งว่าไม่เคยได้รับเลือกมาตั้งแต่แรก จึงไม่มีความจำเป็นต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด

การที่ นพ.สรณ นำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง ยิ่งเป็นการสะท้อนว่าเจ้าตัวรับทราบถึงคำสั่งและข้อโต้แย้งเรื่องการขาดคุณสมบัติดังกล่าวอยู่แล้ว

เตือนบอร์ด กสทช. เสี่ยงโดนคดี หากปล่อยเกียร์ว่าง

จากสถานะที่ยังคลุมเครือ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของประชาชนและการบริหารงานใน กสทช. ดร.พีรภัทร ให้มุมมองว่า บอร์ด กสทช. ที่เหลือจำเป็นต้องเร่งหารือกับที่ปรึกษากฎหมายเพื่อหาทางออกอย่างจริงจัง หากปล่อยให้เกิดสภาวะสูญญากาศหรือไม่มีการดำเนินการใดๆ กรรมการ กสทช. ชุดที่เหลืออาจมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีอาญาหรือเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเสียเอง

แนะแสดงสปิริต ท่านประธานกสทช. ควรแสดงปริริต หยุดเรียกประชุม เพื่อความสง่างาม สำหรับทางออกของปัญหานี้ ดร.พีรภัทร ฝากข้อคิดทิ้งท้ายว่า 

“แม้การต่อสู้ชั้นศาลจะเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ นพ.สรณ สามารถกระทำได้ แต่ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ควรคำนึงถึงความถูกต้อง หลักฐานเชิงประจักษ์ (เช่น เอกสารการเสียภาษี) และสปิริตทางการเมือง”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์