ผ่าขุมทรัพย์ 2 กระทรวงใหม่ แยก "ท่องเที่ยว-กีฬา"  ดัน "วัฒนธรรม" ใครรวยงบ

17 ก.ค. 2569 - 14:06

  • ผลของ ร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวงทบวง กรม  แยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกจากกัน ถือเป็นการรื้อ "ขุมทรัพย์งบประมาณ" ก้อนโต

  • กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ที่มีงานทั้ง วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีงบประมาณที่ 1.76 หมื่นล้าน

  • กระทรวงกีฬา สแตนด์อโลนกับเม็ดเงินงบประมาณที่ 5.8 พันล้าน

ผ่าขุมทรัพย์ 2 กระทรวงใหม่ แยก "ท่องเที่ยว-กีฬา"  ดัน "วัฒนธรรม" ใครรวยงบ

นับเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่ต้องจับตามอง! เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวงทบวง กรม เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา หั่นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกจากกัน งานนี้ไม่ได้มีแค่การย้ายเก้าอี้ แต่หมายถึงการรื้อ "ขุมทรัพย์งบประมาณ" ก้อนโตรับปีงบประมาณ 2570

การแยกทางครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดโครงสร้างกระทรวงใหม่ 2 ขั้วหลัก ได้แก่ การควบรวมฝั่งการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม กลายเป็น "กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว" และการจัดตั้ง "กระทรวงกีฬา" แบบเอกเทศ คำถามที่น่าสนใจคือ เมื่อจัดสรรปันส่วนใหม่แล้ว เม็ดเงินในกระเป๋าของแต่ละกระทรวงจะอยู่ที่เท่าไร?

รายละเอียดคาดการณ์งบประมาณและโครงสร้างของ 2 กระทรวงใหม่ (อิงตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570) เมื่อปรับให้อยู่ในรูปแบบข้อความ จะมีรายละเอียดดังนี้ครับ

ส่องกระเป๋าตังค์ 2 กระทรวงใหม่

กระทรวงกีฬา โครงสร้างหน่วยงาน (หลังปรับเปลี่ยน) ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงฯ, กรมพลศึกษา, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คาดการณ์งบประมาณรวม 5,897.09 ล้านบาท

กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว" อู้ฟู่! รับงบเพิ่มแตะ 1.76 หมื่นล้าน

การโยกงานด้านการท่องเที่ยว (กรมการท่องเที่ยว และ อพท.) รวมถึงเม็ดเงินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม (ซึ่งมีงบเดิมอยู่แล้ว 8,463.30 ล้านบาท) จะทำให้กระทรวงใหม่นี้มีงบด้านการท่องเที่ยวมาเติมทัพอีกถึง 9,161.64 ล้านบาท ดันยอดรวมพุ่งทะลุ 1.76 หมื่นล้านบาท โดยเม็ดเงินก้อนใหม่จากฝั่งท่องเที่ยวมาจากส่วนราชการท่องเที่ยว (3,404.83 ล้านบาท)  นอกจากงบบุคลากร 1,217.75 ล้านบาทแล้ว งบก้อนใหญ่ถูกเทให้ 3 โครงการหลัก (รวม 1,269.10 ล้านบาท) ได้แก่ ยกระดับบริการความปลอดภัยและมาตรฐานท่องเที่ยว (532.17 ล้านบาท)  ยกระดับคุณภาพสินค้า/บริการ รวมถึงทำป้ายแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ (418.10 ล้านบาท)

ยกระดับภาพลักษณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ดึงดูดกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ (318.82 ล้านบาท) รัฐวิสาหกิจ ททท. (5,756.81 ล้านบาท): เน้นหนักไปที่โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อทำการตลาดทั้งในและนอกประเทศ (2,400.34 ล้านบาท) และการส่งเสริมกิจกรรมระดับนานาชาติเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม (1,041.88 ล้านบาท)

"กระทรวงกีฬา" สแตนด์อโลนกับเม็ดเงิน 5.8 พันล้าน

สำหรับวงการกีฬา เมื่อแยกตัวออกมาตั้งเป็น "กระทรวงกีฬา" แบบเต็มตัว จะมีทัพหลักคือ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ, กรมพลศึกษา, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คาดการณ์งบประมาณรวมอยู่ที่ 5,897.09 ล้านบาท แบ่งเป็น

ส่วนราชการกีฬา (2,451.35 ล้านบาท): งบส่วนใหญ่เทไปที่ ม.การกีฬาแห่งชาติ โครงการส่งเสริมการออกกำลังกาย และโครงการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ

รัฐวิสาหกิจ กกท. (3,445.74 ล้านบาท) โฟกัสที่การบริหารจัดการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและต่อยอดสู่กีฬาอาชีพ (1,303.54 ล้านบาท) โดยมีงบส่งนักกีฬาแข่งระดับนานาชาติเป็นตัวชูโรง (328.94 ล้านบาท) รองลงมาคือการพัฒนาศูนย์บริการกีฬาของ กกท. ทั่วประเทศ (968.08 ล้านบาท) และที่น่าสนใจคือการดัน "มวยไทย" สู่อุตสาหกรรมกีฬาอย่างเต็มสูบ (294.32 ล้านบาท)

ไทม์ไลน์หลังจากนี้... ม้วนเดียวจบเมื่อไหร่?

แม้ ครม. จะตีตราไฟเขียวแล้ว แต่กระบวนการยังไม่จบเพียงเท่านี้ ร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงโครงสร้างฯ จะต้องถูกส่งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาในวาระ 1-3 ก่อนส่งไม้ต่อให้วุฒิสภา ซึ่งคาดการณ์ว่าการคลอด 2 กระทรวงใหม่นี้จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วง สิ้นปี 2569 หรือต้นปี 2570

งานนี้คงต้องจับตาดูกันยาวๆ ว่าการจัดทัพขุนพลใหม่ พร้อมเม็ดเงินงบประมาณที่ถูกหั่นแบ่งตามโครงสร้าง จะช่วยติดปีกให้ทั้ง "วงการท่องเที่ยว" และ "วงการกีฬาไทย" เข้าเป้าหมายและคุ้มค่ากับเม็ดเงินภาษีประชาชนมากน้อยแค่ไหน!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์