สหรัฐ-จีนนัดซัมมิตไวต์เฮาส์ 24 ก.ย. เปิดเจรจาภาษีนำเข้าครั้งใหญ่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เตรียมต้อนรับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน ที่ทำเนียบขาวในวันที่ 24 กันยายน เพื่อหารือประเด็นการค้าและภาษีนำเข้าในช่วงที่ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างสองมหาอำนาจยังคงดำเนินอยู่ โดยเป็นการเยือนกรุงวอชิงตันครั้งแรกของสีจิ้นผิงในรอบ 11 ปี
สถานการณ์ภาษีนำเข้าปัจจุบัน
ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2018 และถึงจุดสูงสุดในเดือนเมษายน 2025 เมื่อสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีนสูงถึง 145% ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยภาษี 125% ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะลดระดับลง ปัจจุบันอัตราภาษีนำเข้าจีนในสหรัฐอยู่ที่ 22.8% โดยเฉลี่ย ณ เดือนกรกฎาคม ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาคู่ค้าหลัก โดยสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมถูกเรียกเก็บสูงสุดที่ 40.5% ส่วนจีนยังคงเก็บภาษีสินค้าสหรัฐ 10% โดยรวม และสูงขึ้นในบางหมวด เช่น ก๊าซธรรมชาติเหลวที่ 15%
การค้ายังไหลต่อเนื่องแม้มีกำแพงภาษี
แม้ภาษีนำเข้าจะกดดันการค้าทั้งสองฝ่าย แต่มูลค่าการค้ารวมระหว่างมกราคมถึงสิงหาคมปีนี้แตะ 400,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.4% จากช่วงเดียวกันของปี 2025 อย่างไรก็ตาม จีนครองสัดส่วนการส่งออกถึง 75% ของมูลค่ารวม ซึ่งดุลการค้าที่เอียงหนักนี้เป็นหนึ่งในชนวนความขัดแย้งหลักของวอชิงตัน
ประเด็นบนโต๊ะเจรจา
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกรอบลดภาษีครอบคลุมสินค้ามูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในแต่ละฝ่าย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ตกลงกันในการพบกันครั้งล่าสุดระหว่างสีจิ้นผิงและทรัมป์ที่กรุงปักกิ่งในเดือนพฤษภาคม รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ ประกาศว่าจะพบกับผู้แทนฝ่ายจีน เหอ ลี่เฟิง ในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อวางรากฐานก่อนการประชุมสุดยอด
ไพ่ต่อรองของจีนและเป้าหมายของทรัมป์
แดน หวัง ผู้อำนวยการทีมจีนของยูเรเชีย กรุ๊ป ระบุกับสำนักข่าว AFP ว่า "จีนยังมีอำนาจต่อรองสูงกว่า" เนื่องจากจีนควบคุมห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุหายากซึ่งจำเป็นต่ออุตสาหกรรมไฮเทค นอกจากนี้ สีจิ้นผิงยังเพิ่งพบกับผู้นำหลายประเทศ ทั้งวลาดิมีร์ ปูติน และนเรนทรา โมดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลทางการทูต ขณะที่ทรัมป์ต้องการให้จีนเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐโดยเฉพาะถั่วเหลือง และต้องการภาพการประชุมระดับสูงเพื่อเสริมภาพลักษณ์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่อาจขัดขวางข้อตกลง ได้แก่ ความสัมพันธ์จีน-อิหร่าน การแข่งขันด้านเทคโนโลยี และข้อกล่าวหาว่าแล็บ AI จีนขโมยความสามารถของบริษัทสหรัฐในระดับอุตสาหกรรม





