บริษัทสหรัฐฯ ถอยห่างเป้าหมายสภาพภูมิอากาศ กระแส 'Green Hushing' ลามวงกว้าง

19 ก.ย. 2569 - 05:24

  • ปรากฏการณ์ 'Green Hushing' หรือการนิ่งเงียบเรื่องสิ่งแวดล้อมในกลุ่มบริษัทสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

  • กูเกิล วอลมาร์ท โคคา-โคล่า และเป๊ปซี่ ล้วนปรับลดหรือพลาดเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่เคยประกาศไว้

  • นักวิชาการชี้ว่าคำมั่นสัญญาโดยสมัครใจของภาคเอกชนไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีนโยบายภาครัฐที่มีผลบังคับใช้จริง

บริษัทสหรัฐฯ ถอยห่างเป้าหมายสภาพภูมิอากาศ กระแส 'Green Hushing' ลามวงกว้าง

บริษัทสหรัฐฯ แห่ถอยหนีพันธกิจสภาพภูมิอากาศ ท่ามกลางกระแส 'Green Hushing' ที่ขยายตัวในยุคทรัมป์

บริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาหลายแห่งกำลังลดการพูดถึงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ บางรายปรับเงื่อนไขใหม่ บางรายปล่อยให้พันธกิจเดิมค่อยๆ เลือนหายไปโดยไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ในช่วงวาระที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผลักดันนโยบายผ่อนปรนด้านสิ่งแวดล้อม

สัญญาณเตือนจาก Climate Week NYC

ในช่วง Climate Week NYC ซึ่งจัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เฮเลน คลาร์กสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Climate Group ผู้จัดงาน เปิดเผยว่าปีนี้มีบริษัทจำนวนมากที่ขอถอนตัวจากการขึ้นเวทีเพราะ 'ไม่มีอะไรจะประกาศ'

"เรากำลังเห็น Green Hushing เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และนั่นคือความท้าทายที่แท้จริง เพราะถ้าเราต่างยอมรับว่าคำว่า 'สภาพภูมิอากาศ' เป็นคำต้องห้าม นั่นคือการสูญเสียครั้งใหญ่" คลาร์กสันกล่าวกับสำนักข่าว AFP

เทคโนโลยีและยานยนต์ ผู้ปรับเป้าหรือละทิ้งพันธกิจ

เมตา ถอนตัวออกจาก RE100 กลุ่มบริษัทที่ให้คำมั่นใช้พลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กูเกิล ที่เคยประกาศเป้าหมายใช้พลังงานปลอดคาร์บอนภายในปี 2030 กลับยอมรับในปี 2024 ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้น

ดีแลน แทนเนอร์ ผู้อำนวยการบริหารของ InfluenceMap องค์กรคลังสมองที่ติดตามนโยบายสภาพภูมิอากาศของภาคเอกชน ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายต่างลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าลงและไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนอีกต่อไป เจนเนอรัล มอเตอร์ส ยังคงอ้างว่ามีเป้าหมายยอดขายรถยนต์ไร้มลพิษ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2035 แต่กลับสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่ผ่อนปรนมาตรฐานการประหยัดเชื้อเพลิง

วอลมาร์ท โคคา-โคล่า และเป๊ปซี่ ก็ไม่รอดจากกระแสนี้

วอลมาร์ท ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก ที่เคยให้คำมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราวหนึ่งในสามภายในปี 2025 ยอมรับในรายงานปี 2024 ว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ส่วนโคคา-โคล่าและเป๊ปซี่ ต่างปรับปีฐานสำหรับการคำนวณการลดการปล่อยก๊าซ ซึ่งหมายความว่าเป้าหมายที่แท้จริงอ่อนแอลง

นโยบายภาคบังคับ ทางออกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ราเชล คลีทัส จากองค์กร Union of Concerned Scientists ชี้ว่า คำมั่นสัญญาโดยสมัครใจของภาคเอกชนไม่เพียงพอต่อการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และเน้นย้ำว่าจำเป็นต้องมีนโยบายภาครัฐที่มีผลบังคับใช้อย่างแท้จริง มิฉะนั้นบริษัทจะยังคงแกว่งไปตามกระแสการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์