หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ครั้งแรก สัญญาณเตือนตลาดการเงินโลก
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันพุธว่า ยอดหนี้สาธารณะรวมของประเทศพุ่งแตะระดับ 40.05 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นวันทำการวันอังคาร นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ตัวเลขดังกล่าวเกินขีดนี้ และสูงกว่าที่สำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) คาดการณ์ไว้ที่ 39.4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2026
หนี้พุ่งเกินคาด ดอกเบี้ยพันธบัตรสูงสุดในรอบ 18 ปี
การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะเกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการใช้จ่ายภาครัฐที่พุ่งสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สะท้อนแรงกดดันด้านราคาจากสถานการณ์ความขัดแย้งและความวิตกกังวลต่อการขาดดุล อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรในช่วงเช้าวันพุธ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนปรับลดลง
ขาดดุลงบประมาณสะสม ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน
เจสสิกา รีดล์ นักวิจัยด้านงบประมาณและภาษีจากสถาบัน Brookings Institution ระบุว่า สหรัฐฯ เผชิญการขาดดุลงบประมาณราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ในยามที่ประเทศอยู่ในภาวะสงบสุขและเศรษฐกิจเติบโต
"การขาดดุลที่เคยอยู่ที่ร้อยละ 3-4 ของจีดีพีเคยทำให้ตลาดวิตกกังวล แต่ตอนนี้ตัวเลขใกล้เคียงร้อยละ 6-7 แล้ว ซึ่งทำให้ตลาดยิ่งกังวลมากขึ้น"
ความเสี่ยงระยะยาวที่รัฐบาลยังไม่แก้
คาเลบ ควาเคนบุช ผู้อำนวยการด้านนโยบายการคลังจาก Bipartisan Policy Center เตือนว่า แนวโน้มการใช้จ่ายงบประมาณของสหรัฐฯ ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืนจากทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร พร้อมชี้ว่าหากเกิดวิกฤต ตลาดพันธบัตรอาจเผชิญแรงกระแทกรุนแรง และแม้ในสภาวะปกติ ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นก็อาจกดดันการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนได้
รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สก็อตต์ เบสเซนท์ เคยประกาศเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือร้อยละ 3 ของจีดีพี แต่ตัวเลขหนี้ที่พุ่งทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์สะท้อนว่าเป้าหมายดังกล่าวยังอยู่ห่างไกลจากความเป็นจริง







