เงินเฟ้อสหรัฐฯ แตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ดัชนีราคาการบริโภคส่วนบุคคล (Personal Consumption Expenditures: PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ให้ความสำคัญสูงสุด ปรับตัวขึ้นแตะ 4.1% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี เพิ่มขึ้นจาก 3.8% ในเดือนเมษายน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลพวงของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน
สงครามอิหร่านฉุดราคาพลังงานโลกพุ่ง
ความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การตอบโต้ของเตหะรานทำให้ห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศหยุดชะงัก และการจราจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงักสนิท ข้อมูลชี้ว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันใช้จ่ายด้านน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นถึง 1.512 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาน้ำมันเฉลี่ยต่อแกลลอนยังสูงกว่าช่วงก่อนสงครามถึง 31%
'ทรัมป์' แย้ง ชี้เงินเฟ้อเป็นเพียงภาวะชั่วคราว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธความกังวลดังกล่าว โดยระบุว่าราคาสินค้าจะลดลง "เหมือนหินร่วง" ทันทีที่สงครามสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่า การฟื้นฟูการผลิตและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับปกติต้องใช้เวลาหลายเดือน
ด้านฮีเธอร์ ลอง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Navy Federal Credit Union ระบุว่า "ข่าวดีคือราคาน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ครัวเรือนอเมริกันได้รับการบรรเทาแล้วในระดับหนึ่ง และควรส่งผลให้ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนเป็นต้นไปเย็นลง"
GDP ไตรมาสแรกถูกปรับขึ้น เกินคาด
ในด้านบวก กระทรวงพาณิชย์ปรับเพิ่มตัวเลขการเติบโตของ GDP ไตรมาสแรกขึ้น 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 2.1% สูงเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์จากสำนักข่าว Dow Jones และ Wall Street Journal ที่คาดไว้เพียง 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยอุตสาหกรรมบริการข้อมูล รวมถึงภาคปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
เฟดคงดอกเบี้ย ส่งสัญญาณขึ้นในปี 2026
เฟดมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ขณะที่ดัชนี Core PCE ซึ่งตัดราคาอาหารและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 และยังสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวที่ 2% มาต่อเนื่องกว่า 5 ปีแล้ว โดยกรรมการเฟดราวครึ่งหนึ่งส่งสัญญาณว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026




