สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญ 1 เซ็นต์หลังใช้มา 232 ปี เหตุต้นทุนการผลิตสูง ต้องการประหยัดงบประมาณ

13 พ.ย. 2568 - 09:31

  • สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญ 1 เซ็นต์หลังใช้มานาน 232 ปี

  • ต้นทุนการผลิตสูงถึง 3.69 เซ็นต์ต่อเหรียญ

  • เหรียญที่หมุนเวียนอยู่ประมาณ 300 พันล้านเหรียญยังใช้ได้

สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญ 1 เซ็นต์หลังใช้มา 232 ปี เหตุต้นทุนการผลิตสูง ต้องการประหยัดงบประมาณ

สหรัฐอเมริกาได้ผลิตเหรียญ 1 เซ็นต์เหรียญสุดท้ายเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยยุติการผลิตเหรียญที่มีประวัติความเป็นมานาน 232 ปี เพื่อประหยัดงบประมาณของรัฐบาล

เหรียญ 1 เซ็นต์สุดท้ายถูกผลิตขึ้นที่เมืองฟิลาเดลเฟียโดย แบรนดอน บีช ผู่อำนวยการกรมธนารักษ์ ถือเป็นการสิ้นสุดการผลิตเหรียญเพนนีหมุนเวียนอย่างเป็นทางการซึ่งมีมายาวนานถึง 232 ปี

ต้นทุนการผลิตสูงกว่ามูลค่าหน้าเหรียญ

คริสตี้ แมคแนลลี ผู้อำนวยการสำนักกษาปณ์รักษาการ กล่าวในแถลงการณ์ว่า "แม้การผลิตทั่วไปจะสิ้นสุดลงในวันนี้ แต่มรดกของเหรียญเซ็นต์ยังคงอยู่ต่อไป"

ข้อมูลจากสำนักกษาปณ์เผยว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิตเหรียญแต่ละเหรียญเพิ่มขึ้นจาก 1.42 เซ็นต์เป็น 3.69 เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่ามูลค่าหน้าเหรียญมากกว่า 3 เท่า

ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งหยุดผลิต

การหยุดผลิตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการกระทรวงการคลังให้หยุดผลิตเหรียญเซ็นต์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล

ทรัมป์เขียนในแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า "นานเกินไปแล้วที่สหรัฐฯ ผลิตเหรียญเซ็นต์ที่ทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 2 เซ็นต์ต่อเหรียญ นี่เป็นการสิ้นเปลืองอย่างมาก!"

ประวัติศาสตร์เหรียญ 1 เซ็นต์

เหรียญ 1 เซ็นต์ได้รับการอนุญาตให้ผลิตครั้งแรกตามพระราชบัญญัติการทำเหรียญปี 1792 ในช่วงแรกเหรียญเซ็นต์ทำจากทองแดงบริสุทธิ์ แต่เหรียญในปัจจุบันมีขนาดเล็กลงและทำจากสังกะสีเคลือบทองแดง ซึ่งทำให้เหรียญมีสีแดงเข้มตามชื่อเล่น "red cent"

หลังจากนี้ เหรียญเซ็นต์จะยังคงเป็นเงินตราที่ใช้ได้ตามกฎหมาย โดยมีเหรียญเซ็นต์ประมาณ 300,000 ล้านเหรียญหมุนเวียนอยู่ในระบบ

การอภิปรายเรื่องต้นทุนการผลิตเหรียญเซ็นต์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสหรัฐอเมริกา โดยมีความพยายามหยุดผลิตหลายครั้งในสภาคองเกรสแต่ล้มเหลวมาก่อน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์