วันแม่ 12 สิงหาคม 2566 กล่าวได้ว่า เป็นอีกวันพิเศษ ที่หลายคนตั้งใจมอบสิ่งดีให้บุพการี ทั้งเพื่อทดแทนบุญคุณ และความรัก-เอื้ออาทร ที่ให้การดูแล แต่ด้วยเพราะเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณซึมตัวมาก่อนหน้า 2-3 เดือน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงมีความกังวล และมองว่า ไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์ซึมตัวเช่นนี้เกิดขึ้นยาวนาน เพราะจะทำให้ทิศทางเศรษฐกิจขาดโมเมนตัมในการเคลื่อนตัวในทิศทางขาขึ้น ผู้คนหวาดหวั่นสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความไม่มั่นคงอาจทำให้ตกงาน ขาดรายได้ ก็เป็นได้
สอดคล้องกับผลสำรวจ ‘วันแม่’ จะมีทัศนคติและการใช้จ่ายอย่างไร เรื่องนี้ ม.หอการค้าทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,250 ตัวอย่าง เมื่อ 2-5 สิงหาคม 2566
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจฯ อ.วาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฯ ร่วมเผยผลสำรวจ โดยชี้ว่า ในแง่การใช้จ่ายเกี่ยวกับบุพการีทั้งปีของปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นปกติ แต่ว่าในวันสำคัญอย่างวันแม่ จะคึกคักโดดเด่นตามรายได้ในกระเป๋าของลูกหลาน หรือกล่าวได้ว่า ผู้มีรายได้น้อยจะมีค่าใช้จ่ายสูงมากในการดูแลบุพการี ทำให้มีความกังวล และอยากขอความช่วยเหลือ ทั้งในแง่ การลดค่าครองชีพ (ลดค่าสาธารณูปโภค, ลดราคาน้ำมัน, ดูแลราคาอาหาร เป็นต้น) นอกจากนี้ ยังต้องการ การพักชำระหนี้/ปลดหนี้/แก้หนี้ อยากให้ช่วยด้านการจัดหาแหล่งเงินกู้/เงินลงทุนธุรกิจ สร้างงานสร้างรายได้ เป็นต้น
สอดคล้องกับผลสำรวจ ‘วันแม่’ จะมีทัศนคติและการใช้จ่ายอย่างไร เรื่องนี้ ม.หอการค้าทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,250 ตัวอย่าง เมื่อ 2-5 สิงหาคม 2566
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจฯ อ.วาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฯ ร่วมเผยผลสำรวจ โดยชี้ว่า ในแง่การใช้จ่ายเกี่ยวกับบุพการีทั้งปีของปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นปกติ แต่ว่าในวันสำคัญอย่างวันแม่ จะคึกคักโดดเด่นตามรายได้ในกระเป๋าของลูกหลาน หรือกล่าวได้ว่า ผู้มีรายได้น้อยจะมีค่าใช้จ่ายสูงมากในการดูแลบุพการี ทำให้มีความกังวล และอยากขอความช่วยเหลือ ทั้งในแง่ การลดค่าครองชีพ (ลดค่าสาธารณูปโภค, ลดราคาน้ำมัน, ดูแลราคาอาหาร เป็นต้น) นอกจากนี้ ยังต้องการ การพักชำระหนี้/ปลดหนี้/แก้หนี้ อยากให้ช่วยด้านการจัดหาแหล่งเงินกู้/เงินลงทุนธุรกิจ สร้างงานสร้างรายได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น หลายคนอยากทำให้วันแม่ เป็นวันพิเศษ แต่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ระบุ ยังมีภาระอื่น เช่น ค่าใช้จ่าย หนี้สิน เศรษฐกิจยังไม่ดี ไม่มีความมั่นคงทางรายได้ ยังไม่พร้อมใช้เงินมาก แถมรายได้ลดลง ก็เลยต้องประหยัด มีเพียงร้อยละ 20.6 เท่านั้น ที่ บอกว่า พร้อมเปย์ในวันพิเศษนี้ คาดว่าเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ก็คือ ผู้มีรายได้สูงนั่นเอง

สำหรับในแง่กิจกรรมการใช้จ่ายในวันแม่ พบกลุ่มตัวอย่าง ยังมีกิจกรรมร่วมกับบุพการีตามปกติในหลากแง่มุม ทั้ง ทำกิจกรรมในบ้านร่วมกัน พาแม่ไปทานข้าว พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปทำบุญ ทำทุกอย่างให้บุพการีในเชิงบวก และกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้น แต่จะพบว่า ทุกอย่างในการดำเนินกิจกรรม เป็นไปในทิศทางที่ ‘ประหยัดมากขึ้น’ มีตัวเลขส่วนใหญ่ ติดลบ

นี่จึงทำให้คาดการณ์กันว่า ช่วงวันแม่ปี 2566 นี้ จะทำให้มีเงินสะพัด 10,632.57 ล้านบาท ลดลง 2.3% เหตุหลักก็เป็นเพราะ ใช้จ่ายไปในช่วงวันหยุดยาว 6 วัน ก่อนหน้าไปแล้ว
“คือบางทีถ้าเศรษฐกิจดีๆ ลูกจะให้เงินสดมากขึ้น จะให้ของขวัญต่างๆ มากขึ้น เพียงแต่ว่าปีนี้เน้นในเรื่องของเวชภัณฑ์ อาหารเสริม ประกันชีวิต ที่ล้วนเป็นของมีประโยชน์กับสุขภาพ เป็นจุดสังเกตให้เรารู้สึกว่า การจับจ่ายใช้สอย มีความระมัดระวัง” ธนวรรธน์ กล่าว
“คือบางทีถ้าเศรษฐกิจดีๆ ลูกจะให้เงินสดมากขึ้น จะให้ของขวัญต่างๆ มากขึ้น เพียงแต่ว่าปีนี้เน้นในเรื่องของเวชภัณฑ์ อาหารเสริม ประกันชีวิต ที่ล้วนเป็นของมีประโยชน์กับสุขภาพ เป็นจุดสังเกตให้เรารู้สึกว่า การจับจ่ายใช้สอย มีความระมัดระวัง” ธนวรรธน์ กล่าว





