จับสัญญาณวันแม่’66 กำลังซื้อไม่คึก ผู้คนเน้นประหยัด

8 ส.ค. 2566 - 15:48

  • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ เผยโพลวันแม่ 2566 คึกคักใกล้เคียงปีก่อน ผู้คนอยากจับจ่ายใช้สอย แต่ต้องประหยัด ระมัดระวัง

  • เผยเหตุ ทั้งเพิ่งผ่านใช้เงินวันหยุดยาว 6 วันไปก่อนหน้า ไม่ไว้ใจเศรษฐกิจ และรายได้ ท่ามกลางภาระหนี้ และค่าครองชีพสูง

UTCC_Poll_survey_spending_mother_day_2023_tourism_SPACEBAR_Hero_06f911fb17.jpeg
วันแม่ 12 สิงหาคม 2566 กล่าวได้ว่า เป็นอีกวันพิเศษ ที่หลายคนตั้งใจมอบสิ่งดีให้บุพการี ทั้งเพื่อทดแทนบุญคุณ และความรัก-เอื้ออาทร ที่ให้การดูแล แต่ด้วยเพราะเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณซึมตัวมาก่อนหน้า 2-3 เดือน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงมีความกังวล และมองว่า ไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์ซึมตัวเช่นนี้เกิดขึ้นยาวนาน เพราะจะทำให้ทิศทางเศรษฐกิจขาดโมเมนตัมในการเคลื่อนตัวในทิศทางขาขึ้น ผู้คนหวาดหวั่นสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความไม่มั่นคงอาจทำให้ตกงาน ขาดรายได้ ก็เป็นได้

สอดคล้องกับผลสำรวจ ‘วันแม่’ จะมีทัศนคติและการใช้จ่ายอย่างไร เรื่องนี้ ม.หอการค้าทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,250 ตัวอย่าง เมื่อ 2-5 สิงหาคม 2566  

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจฯ อ.วาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ฯ ร่วมเผยผลสำรวจ โดยชี้ว่า ในแง่การใช้จ่ายเกี่ยวกับบุพการีทั้งปีของปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นปกติ แต่ว่าในวันสำคัญอย่างวันแม่ จะคึกคักโดดเด่นตามรายได้ในกระเป๋าของลูกหลาน หรือกล่าวได้ว่า ผู้มีรายได้น้อยจะมีค่าใช้จ่ายสูงมากในการดูแลบุพการี ทำให้มีความกังวล และอยากขอความช่วยเหลือ ทั้งในแง่ การลดค่าครองชีพ (ลดค่าสาธารณูปโภค, ลดราคาน้ำมัน, ดูแลราคาอาหาร เป็นต้น) นอกจากนี้ ยังต้องการ การพักชำระหนี้/ปลดหนี้/แก้หนี้ อยากให้ช่วยด้านการจัดหาแหล่งเงินกู้/เงินลงทุนธุรกิจ สร้างงานสร้างรายได้ เป็นต้น  
UTCC_Poll_survey_spending_mother_day_2023_tourism_SPACEBAR_Photo01_a49567d2a5.jpeg
ม.หอการค้า
ทั้งนี้ทั้งนั้น หลายคนอยากทำให้วันแม่ เป็นวันพิเศษ แต่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ระบุ ยังมีภาระอื่น เช่น ค่าใช้จ่าย หนี้สิน เศรษฐกิจยังไม่ดี ไม่มีความมั่นคงทางรายได้ ยังไม่พร้อมใช้เงินมาก แถมรายได้ลดลง ก็เลยต้องประหยัด มีเพียงร้อยละ 20.6 เท่านั้น ที่ บอกว่า พร้อมเปย์ในวันพิเศษนี้  คาดว่าเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ก็คือ ผู้มีรายได้สูงนั่นเอง
UTCC_Poll_survey_spending_mother_day_2023_tourism_SPACEBAR_Photo02_e21bf74b16.jpeg
ม.หอการค้า
สำหรับในแง่กิจกรรมการใช้จ่ายในวันแม่ พบกลุ่มตัวอย่าง ยังมีกิจกรรมร่วมกับบุพการีตามปกติในหลากแง่มุม ทั้ง ทำกิจกรรมในบ้านร่วมกัน พาแม่ไปทานข้าว พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปทำบุญ ทำทุกอย่างให้บุพการีในเชิงบวก และกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้น แต่จะพบว่า ทุกอย่างในการดำเนินกิจกรรม เป็นไปในทิศทางที่ ‘ประหยัดมากขึ้น’ มีตัวเลขส่วนใหญ่ ติดลบ
UTCC_Poll_survey_spending_mother_day_2023_tourism_SPACEBAR_Photo03_a7e7e063ce.jpeg
ม.หอการค้า
นี่จึงทำให้คาดการณ์กันว่า ช่วงวันแม่ปี 2566 นี้ จะทำให้มีเงินสะพัด 10,632.57 ล้านบาท ลดลง 2.3% เหตุหลักก็เป็นเพราะ ใช้จ่ายไปในช่วงวันหยุดยาว 6 วัน ก่อนหน้าไปแล้ว 

“คือบางทีถ้าเศรษฐกิจดีๆ ลูกจะให้เงินสดมากขึ้น จะให้ของขวัญต่างๆ มากขึ้น เพียงแต่ว่าปีนี้เน้นในเรื่องของเวชภัณฑ์ อาหารเสริม ประกันชีวิต ที่ล้วนเป็นของมีประโยชน์กับสุขภาพ เป็นจุดสังเกตให้เรารู้สึกว่า การจับจ่ายใช้สอย มีความระมัดระวัง” ธนวรรธน์ กล่าว 
UTCC_Poll_survey_spending_mother_day_2023_tourism_SPACEBAR_Photo04_93563c0b11.jpeg
ม.หอการค้า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์