VLE โชว์ ‘จัสมิน’ กำลังผลิตทะลุ 90 ล้านบาร์เรล

20 พ.ค. 2566 - 14:32

  • แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (VLE) ประกาศความสำเร็จ ผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งฯ จัสมินในอ่าวไทยได้ถึง 90 ล้านบาร์เรล

  • ชี้ เกินคาดหมาย นับจากเมื่อแรกเริ่มพัฒนาแหล่งผลิตปิโตรเลียมแห่งนี้ ในปี 2547

Valura_VLE_Jasmine_crude_oil_Field_SPACEBAR_Thumbnail_c05f92abfe.jpeg
บริษัท แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (VLE) บริษัทผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศแคนาดา) ได้รับสิทธิในการดำเนินงานแปลงสัมปทานปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย และที่ราบลุ่มเธรส (Thrace) ในประเทศตุรกี ประกาศความสำเร็จในการผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งผลิตปิโตรเลียมจัสมินในอ่าวไทย  

โดย ดร.ชอน เกสท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ หรือ VLE เผย นับจากเมื่อแรกเริ่มพัฒนาแหล่งผลิตปิโตรเลียมแห่งนี้ ในปี 2547 ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายในการผลิตน้ำมันดิบ ณ แหล่งผลิตปิโตรเลียมจัสมินไว้เพียง 7 ล้านบาร์เรล แต่เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 VLE พบว่า แหล่งปิโตรเลียมจัสมิน สามารถผลิตน้ำมันดิบสะสมได้ถึง 90 ล้านบาร์เรลแล้ว ถือว่าเกินความคาดหมายจากเป้าที่ตั้งไว้เพียง 7 ล้านบาร์เรล มาก หรือกว่า 12 เท่าเลยทีเดียว 

นี่จึงเป็นความสำเร็จอันน่าทึ่งของบุคลากรที่ได้ร่วมพัฒนาและดำเนินงานในแหล่งผลิตปิโตรเลียมจัสมิน/บานเย็นอย่างต่อเนื่อง แม้ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้รับสัมปทานก่อนหน้านี้ก็ตาม  

“ผมรู้สึกขอบคุณต่อความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของบุคลากรในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยและและส่งมอบคุณค่าจากแหล่งผลิตปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดของเรา” ซีอีโอ VLE กล่าว 

แหล่งผลิตปิโตรเลียมจัสมินเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาศักยภาพในการหาปริมาณสำรองปิโตรเลียมทดแทนในอ่าวไทย โดยในการผลิตน้ำมันดิบได้มากกว่า 12 เท่าจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเริ่มการผลิตครั้งแรก ในปี 2548 ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูง และเรายังได้ยืนยันปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้วและที่คาดว่าจะพบได้อีกมากกว่า 10 ล้านบาร์เรล  

นอกจากนี้ ยังเตรียมแสวงหาโอกาสในการขุดเจาะแบบ Infill เพื่อทดแทนปริมาณสำรองปิโตรเลียม และการดำเนินงานด้านการขุดเจาะจนถึงปัจจุบัน มีทั้งการเพิ่มอัตราการผลิตปิโตรเลียมและกำหนดเป้าหมายการพัฒนาใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการวางแผนเพื่อแผนงานสำหรับปี 2567 และปีต่อๆ ไป

“เรามีความมั่นใจในการกำกับกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทยที่มีความมั่นคง รวมทั้งมีระบบการบริหารจัดการรายได้จากกิจการปิโตรเลียมที่ชัดเจนและเป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมตั้งแต่ต้น ด้วยปัจจัยดังกล่าวจึงสนับสนุนให้มีการลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามีความยินดีที่ได้สร้างความสัมพันธ์อันดีในการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานกำกับกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายมีความตั้งใจร่วมกันในการสนับสนุนการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยต่อไป” ซีอีโอ VLE กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์