รองเท้าแตะไทย ‘VING’ สร้างสถิติโลกมาราธอน คว้านวัตกรรมแห่งชาติ
ในยุคที่รองเท้าวิ่งระดับ ‘Super Shoe’ ครองตลาดโลก แบรนด์เล็กจากภาคอีสานของไทยอย่าง VING กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนวงการ ด้วยรองเท้าแตะวิ่งรุ่น ‘NIRUN’ ที่พานักวิ่งชาวเคนยาคว้าแชมป์ขอนแก่นมาราธอน 2025 พร้อมทำเวลา 2 ชั่วโมง 18 นาที 57 วินาที กลายเป็นสถิติโลกสำหรับการวิ่งมาราธอนด้วยรองเท้าแตะ เร็วกว่าสถิติเดิมของ Crocs ราว 30 นาที

ความสำเร็จดังกล่าวยังส่งให้ VING คว้ารางวัลชนะเลิศ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568” ด้านเศรษฐกิจ จาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ตอกย้ำศักยภาพนวัตกรรมไทยสู่เวทีโลก

จากความเจ็บปวด สู่ไอเดียธุรกิจ
จุดเริ่มต้นของ VING มาจากประสบการณ์ตรงของ ‘วาที วิเชียรนิตย์’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ที่เคยบาดเจ็บระหว่างวิ่งมาราธอนที่บุรีรัมย์ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใส่รองเท้าแตะวิ่งต่อจนจบการแข่งขัน และค้นพบว่ารองเท้าแตะช่วยลดการบีบเท้าและอาการบาดเจ็บได้ดี แต่ยังขาดระบบส่งแรงและซัพพอร์ต
จากคำถามว่า “ถ้ารองเท้าแตะเบาสบาย แต่ส่งแรงได้แบบรองเท้าวิ่งจะเป็นอย่างไร” จึงกลายเป็นจุดกำเนิดของรองเท้าแตะวิ่งแบรนด์ไทยรายแรก
กลยุทธ์ Niche Market สู้แบรนด์ยักษ์
ท่ามกลางตลาดกีฬาหลายหมื่นล้านบาท VING เลือกโฟกัสกลุ่มเฉพาะ (Niche Market) คือ นักวิ่งระยะไกลที่มักเผชิญปัญหาเท้าบวมหลังระยะ 30-40 กิโลเมตร รวมถึงกลุ่มคนที่มีปัญหารองช้ำหรือไม่สบายเท้า
จุดเด่นของ VING คือ การผสานเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งเข้ากับดีไซน์รองเท้าแตะ ใช้โฟมแบบเดียวกับรองเท้าผ้าใบ มี Heel-to-Toe Drop และความหนาส้นเท้าใกล้เคียงรองเท้าวิ่ง น้ำหนักเพียง 100-120 กรัม เบากว่ารองเท้าวิ่งทั่วไปถึง 3 เท่า

3 ปีพัฒนา สู่ ‘Super Sandal’ รุ่นแรกของโลก
หลังตลาดเข้าสู่ยุค Super Shoe ที่ใช้แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์และโฟมคืนแรงสูง VING ใช้เวลากว่า 3 ปีพัฒนาวัสดุในประเทศ จนออกมาเป็นรุ่น ‘NIRUN’ ที่ติดตั้ง carbon fiber plate และ VEPRO Foam ให้ค่าการเด้งกลับสูงถึง 66% พื้นนอกทำจากวัสดุ EPES ทนทานกว่ารองเท้าวิ่งทั่วไป 24% และรีไซเคิลได้ 100%
ผลลัพธ์คือรองเท้าแตะที่วิ่งได้ตั้งแต่ 1-100 กิโลเมตร โดยไม่บีบหรือเสียดสีเท้า และมีน้ำหนักเพียง 170 กรัม ใกล้เคียงรองเท้า Super Shoe ชั้นนำ

เติบโตแตะ 180 ล้านบาท ลุยตลาดโลก
ปัจจุบัน VING ครองส่วนแบ่งตลาดรองเท้าแตะวิ่งในไทยราว 95% ปี 2568 ทำรายได้ประมาณ 180 ล้านบาท โดยกว่า 50% ของลูกค้าไม่ใช่นักวิ่ง แต่เป็นกลุ่มคนมองหารองเท้าเพื่อสุขภาพ
แม้ยอดขาย 99% ยังอยู่ในประเทศ แต่หลังสร้างสถิติที่ขอนแก่นมาราธอน แบรนด์เริ่มได้รับคำสั่งซื้อจากต่างชาติ พร้อมขยายพาร์ทเนอร์ในนิวยอร์ก และเตรียมรุกตลาดสหรัฐฯ อย่างจริงจัง โดยตั้งเป้า 3–5 ปีข้างหน้า เติบโตสู่ธุรกิจระดับพันล้านบาท
นวัตกรรมต้องแก้ปัญหาได้จริง
วาที ระบุว่า ความต่างระหว่าง ‘เทคโนโลยี’ กับ ‘นวัตกรรม’ คือ นวัตกรรมต้องสร้างคุณค่าและมีคนยอมจ่าย หากไม่มีตลาดก็ไม่ยั่งยืน การพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องจึงเป็นหัวใจของความอยู่รอด
จากธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยเป้ายอดขายหลักแสนต่อเดือน วันนี้ VING กลายเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมไทยที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง ผลิตในประเทศเกือบ 100% และพิสูจน์ว่า “รองเท้าแตะจากอีสาน” ก็สามารถก้าวสู่เวทีโลกได้ เมื่อความคิดต่างถูกพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง





