นายกฯ ขายเก่ง ชวนจีนเที่ยวเมืองรอง ซื้อสินค้าไทยเพิ่ม

19 ต.ค. 2566 - 13:32

  • นายกฯ ประกาศพร้อมเดินคู่กับพี่ใหญ่จีน มั่นใจปี 2024 จีดีพีประเทศขยายตัวได้สูงกว่าปีที่ผ่านมา ระบุ อยากให้ จีน ซื้อสินค้าจากไทย มากขึ้น

  • ไม่ลืมชวนจีน ‘เที่ยวเมืองรอง’ ชูจุดเด่น ธรรมชาติสวยงาม หลากหลายวัฒนธรรม ไม่ต่างจากเมืองใหญ่

visit_china_pm_settha_secondary_city_thailand_import_product_gdp_SPACEBAR_Hero_5beeb60ad0.jpg

การเยือนจีน ในการปาฐกถาที่จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้ชื่อ Thailand-China Investment Forum นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เปิดความสัมพันธ์ไทย-จีน ซึ่งร่ายยาวมาตั้งแต่ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนจะครบรอบ 48 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และที่สำคัญยิ่งคือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระบรมวงศานุวงศ์ของไทยที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

ขณะที่เหตุกราดยิงกันในพื้นที่ห้างสยามพารากอน นายกฯ เศรษฐา กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน พร้อมขอให้เชื่อมั่นว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อทุกท่านที่มาเยือน

ชู ไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ พร้อมสำหรับลงทุน

นายกฯ เศรษฐา เผยถึงแผนพัฒนาประเทศไทยว่า จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งอย่างเต็มรูปแบบทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งจะยกระดับระบบคมนาคมขนส่งของไทย ก่อให้เกิดการกระจายความเจริญไปสู่ทุกภูมิภาคของประเทศ และสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่หรือทรัพยากรได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยและจีนจะยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบบเศรษฐกิจทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน

ทั้งนี้ ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและสังคม และมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ทุกประเทศจึงจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ประเทศไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว ปัญญาประดิษฐ์ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยจะมีการลงทุนร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนา Startup ที่มีศักยภาพให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับโลก เพื่อให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นการยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ของไทยนั้นสอดคล้องกับนโยบาย Made in China 2025 ของจีน ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการผลิตโดยเน้นคุณภาพ มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เศรษฐา กล่าวว่า ในระดับภูมิภาค จีนและไทยได้ร่วมลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ซึ่งมีประเทศอาเชียน 10 ประเทศ และประเทศนอกอาเชียนอีก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ความตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาการค้าขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมประมาณร้อยละ 30 ของ GDP โลก ซึ่งจะทำให้ไทยได้รับสิทธิยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรศุลกากร ดังนั้น การเข้ามาทำการค้าการลงทุนกับประเทศไทยจึงเป็นโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากความตกลงดังกล่าว นอกจากความตกลง RCEP แล้ว จีนและไทยมีกรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน ซึ่งส่งผลให้ภาษีสินค้านำเข้าเป็น 0 มากกว่าร้อยละ 90 ของรายการสินค้าทั้งหมด 

โดยตั้งเป้าในการปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมในหมวดสินค้าอ่อนไหว รวมถึงการเปิดเสรีและคุ้มครองการลงทุน ซึ่งคาดว่าการเจรจาจะแล้วเสร็จในปี 2024 เพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจไปสู่การเป็นฐานการผลิตและตลาดเดียวกัน อันจะนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างยิ่งขึ้น

ไทย ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค

เศรษฐา กล่าวอีกว่า ไทยมีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ในอาเซียน โดยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของภูมิภาค การเข้ามาทำธุรกิจการค้าและการลงทุนกับไทย จึงไม่เพียงแค่รองรับประชากร 67 ล้านคนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงประชากรกว่า 620 ล้านคนในอาเชียน และหากนับรวมความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เช่น RCEP จะยิ่งส่งเสริมบทบาทไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ตอกย้ำด้วยว่า ไทยพร้อมมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค

“สำหรับภาพรวมด้านเศรษฐกิจของไทย ในปี 2022  ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยเติบโตร้อยละ 3.4 ส่วนในปี 2023 แม้จะมีปัจจัยท้าทายจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ด้วยความพยายามของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว (Visa Free) และการผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว เช่น การชักจูงการลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก คาดว่าจะทำให้ GDP ของไทยในปี 2024ขยายตัวได้สูงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา”นายเศรษฐา กล่าว

ขอจีน ซื้อสินค้าไทยเพิ่มได้ไหม?

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ในด้านการค้า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของไทย ตัวเลขการค้าระหว่างไทย - จีนในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2023 มีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านหยวน และอยากเห็นการค้าไทย - จีนขยายตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีสินค้าจีนผ่านประเทศไทยไปยังที่อื่น ๆได้ด้วย โดยมีศักยภาพที่จะขยายขอบเขตและประเภทสินค้าได้อีกมาก และอยากให้ประเทศจีนซื้อสินค้าจากประเทศไทยมากขึ้นด้วย

นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า ในด้านการลงทุนจากต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2018 - เดือนกันยายน 2023 ประเทศจีนเป็นผู้ลงทุนอันดับหนึ่งของไทย มูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 1 แสนล้านหยวน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ที่ผ่านมามีค่ายรถยนต์ชั้นนำของจีนหลายแบรนด์เข้าไปตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลนักลงทุนจีนเป็นอย่างดี

ชวนจีน เที่ยวเมืองรอง สวยงามหลากหลายไม่แพ้เมืองหลัก

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยปรับปรุงขั้นตอนการขอวีซ่าและยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังผลักดันการพัฒนาระบบบริหารจัดการการให้บริการ ได้แก่การปรับปรุงระบบคมนาคมทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ โดยเฉพาะการปรับปรุงสนามบินและการจัดการเที่ยวบินทั่วประเทศเชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งจะเพิ่มปริมาณเที่ยวบินให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ดังนั้น จึงเชิญชวน นักท่องเที่ยวจีน เข้าเที่ยวเมืองรองของไทย ซึ่งมีธรรมชาติสวยงาม หลากหลายวัฒนธรรมไม่ต่างจากเมืองใหญ่เลยทีเดียว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์