วอลมาร์ตปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโต แม้ต้องรับมือต้นทุนสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น

22 ส.ค. 2568 - 07:16

  • ยอดขายไตรมาส 2 เติบโต 4.8% แตะ 177.4 พันล้านดอลลาร์

  • ยอดขายออนไลน์ในสหรัฐฯ เติบโต 26% และทั่วโลกเติบโต 25%

  • ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายปีนี้เป็น 3.75-4.75%

วอลมาร์ตปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโต แม้ต้องรับมือต้นทุนสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น

วอลมาร์ต ผู้ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายและกำไรสำหรับปีนี้ แม้จะเผชิญกับต้นทุนสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดี Donald Trump

ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 โดดเด่น

วอลมาร์ตสามารถทำยอดขายในช่วง 3 เดือนที่สิ้นสุด 31 กรกฎาคม ได้ 177.4 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 68 เซนต์ ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ยอดขายออนไลน์ทั่วโลกเติบโต 25% ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวเติบโต 26% โดยการขายผ่านช่องทางการจัดส่งจากร้านค้าเติบโตเกือบ 50% นอกจากนี้ บริษัทยังมียอดขายที่แข็งแกร่งในหมวดของชำและสินค้าเพื่อสุขภาพ

การปรับเพิ่มเป้าหมายท่ามกลางความท้าทาย

บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายสุทธิสำหรับปีการเงินนี้ให้อยู่ที่ 3.75-4.75% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.0-4.0% พร้อมทั้งยกระดับเป้าหมายกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วเป็น 2.52-2.62 ดอลลาร์ จากเดิม 2.50-2.60 ดอลลาร์ต่อหุ้น

การเติบโตของยอดขายระหว่างประเทศได้รับแรงหนุนจากตลาดสำคัญหลายแห่ง รวมถึงจีน เม็กซิโก และอเมริกากลาง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตัวในตลาดต่างประเทศของบริษัท

ผลกระทบจากนโยบายภาษีใหม่

ประธานาธิบดี Trump ได้กลับมาดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม และได้ออกนโยบายภาษีนำเข้า 10% สำหรับสินค้าจากคู่ค้าส่วนใหญ่ ในต้นเดือนนี้ อัตราภาษี 10% ได้ถูกปรับขึ้นเป็นระดับที่แตกต่างกันสำหรับหลายสิบประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

วอลมาร์ตเคยเตือนในเดือนพฤษภาคมว่าอาจต้องปรับเพิ่มราคาสินค้าเนื่องจากภาษีที่สูงขึ้น โดยระบุว่าบริษัทอาจไม่สามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตาม ในการนำเสนอผลประกอบการครั้งนี้ วอลมาร์ตยืนยันว่ามีการจัดการสินค้าคงคลังที่แข็งแกร่ง แต่ยอมรับว่ามีต้นทุนที่สูงขึ้นสำหรับสินค้านำเข้า

หุ้นวอลมาร์ตปรับตัวลดลงมากกว่า 3.4% ในตลาดก่อนเปิดซื้อขาย สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อผลกระทบระยะยาวจากนโยบายภาษีนำเข้า คำถามที่เหลืออยู่คือ วอลมาร์ตจะสามารถรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งได้นานแค่ไหนเมื่อแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเพิ่มขึ้น?

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์