คลังเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4-21 มิ.ย. 69 ยืนยันสิทธิใหม่ คัดกรองรอบใหญ่ เริ่มใช้สิทธิ ส.ค.
กระทรวงการคลังเดินหน้าปรับระบบสวัสดิการแห่งรัฐครั้งสำคัญ โดยเตรียมเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันลงทะเบียน ‘ยืนยันสิทธิ’ ระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 ผ่าน 5 ช่องทางหลัก เพื่อคัดกรองคุณสมบัติใหม่ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า การดำเนินโครงการครั้งนี้เป็นการยกระดับระบบสวัสดิการของรัฐให้มีความตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภาครัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่มีความจำเป็นจริง
ด้าน ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายละเอียดคุณสมบัติใหม่ โดยกำหนดให้ผู้ลงทะเบียนต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องไม่อยู่ในกลุ่มที่มีฐานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะทางสังคมเกินเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ผู้มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี ผู้มีบัตรเครดิต ผู้มีสินทรัพย์หรือเงินฝากเกินเพดานที่กำหนด รวมถึงผู้ถือครองทรัพย์สินบางประเภท เช่น อสังหาริมทรัพย์หรือยานพาหนะเกินเงื่อนไข เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ครม. ยังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ดำเนินการสำรวจผู้ตกหล่นที่ยังไม่เคยเข้าระบบ ผ่านฐานข้อมูล จปฐ. และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียน ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมต้องเข้ายืนยันสิทธิทุกราย ผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ และ ‘ทางรัฐ’ เว็บไซต์โครงการ ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย หรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
หลังปิดรับลงทะเบียน จะมีการประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569และผู้ผ่านเกณฑ์สามารถเริ่มยืนยันตัวตนเพื่อใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันเดียวกัน โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้จริงตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ส่วนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถยื่นอุทธรณ์ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม และจะมีการประกาศผลรอบอุทธรณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569
ในด้านสิทธิประโยชน์ ผู้ที่ผ่านการคัดกรองจะได้รับสวัสดิการครอบคลุมทั้งค่าครองชีพพื้นฐาน เช่น วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อเดือน ส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อเดือน รวมถึงการอุดหนุนค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาในอัตราที่กำหนด
มาตรการดังกล่าวสะท้อนการปรับโครงสร้างสวัสดิการภาครัฐให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว




