กฎหมายใหม่ กขค.  คุมแพลตฟอร์มได้แค่ไหน

19 พ.ค. 2569 - 15:13

  • อัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จะยังเป็นปัญหาใหญ่ในการสร้างกลไกการแข่งขันที่เป็นธรรม

  • กฎหมายเปิดช่องให้แพลตฟอร์มสามารถแย้งได้ ด้วยถ้อยคำ “เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควร"

  • ระเบียบจะทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ คนที่ มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย

กฎหมายใหม่ กขค.  คุมแพลตฟอร์มได้แค่ไหน

ยุคที่ช้อปปิ้งออนไลน์คือ เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ เรืองอำนาจจนแทบจะกลายเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ไรเดอร์ขนส่ง ไปจนถึงกระเป๋าเงินของผู้บริโภค

เพื่อแก้สารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า(กขค.) ออกระเบียบฉบับใหม่เพื่อสกัดกั้นพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม จะเรียกว่า เป็นกฎหมายคุมอีคอมเมิร์ซที่ทำผ่านแพลตฟอร์มก็คงจะได้ หลังประกาศฉบับนี้ออกมา  เลยเกิดคำถามว่า ระเบียบฉบับนี้จะมาแก้ปัญหาการผูกขาดได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงเสือกระดาษตัวใหม่

what-extent-can-new-Trade-Competition-Commission-control-platforms-SPACEBAR-Photo V01.jpg

เปิดแผนสกัด "กลโกงยักษ์ใหญ่"

กางระเบียบกขค.ออกมา จะพบว่านี่คือการออกแบบมาเพื่ออุดรอยรั่ว จากบาดแผลที่ผู้ประกอบการไทยเคยโดนเอาเปรียบมาตลอดหลายปี โดยมี 3 ไฮไลท์ที่มุ่งทลายกำแพงผูกขาด คือ  การ"มัดมือชก" ต้องเลือกขนส่ง และช่องทางชำระเงิน  ในอดีตผู้ค้า ออนไลน์จะเจอปัญหาแพลตฟอร์มบังคับให้ใช้ขนส่งในเครือของตัวเอง หรือตั้งค่าเริ่มต้น (Default) ไว้ให้จนเลือกไม่ได้ ระเบียบสั่งห้ามเด็ดขาด ร้านค้าต้องมีอิสระในการเลือกขนส่ง (Carriers) และระบบชำระเงิน (Payment) ที่ถูกและดีที่สุด

แก้ปัญหา กล่องดำอัลกอริทึม  ลดการมองเห็น หมดสิทธิ์แอบทำลายคู่แข่ง ระเบียบห้ามแพลตฟอร์มใช้ระบบ AI หรืออัลกอริทึมในการ "ลดการมองเห็น" (Visibility Reduction) ของร้านค้าอย่างไร้เหตุผล และห้ามจัดอันดับสินค้าตัวเองให้เด่นกว่าคนอื่น (Self-preferencing) เว้นแต่จะระบุว่าเป็นพื้นที่โฆษณาชัดเจน ข้อนี้ดี แต่ในทางปฎิบัติเทคโนโลยีและอะกอรึทึมของแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนได้ตลอดเวลา จะทำได้จริงไหม มีวิธีหลบเลี่ยงอีกอยู่ดี

ความพยายามยับยั้งการ "ทุ่มตลาด" และ "ห้ามขายแข่ง" บล็อกไม่ให้ทุนหนาใช้เงินอุดหนุนเพื่อตัดราคาต่ำกว่าต้นทุนจนรายย่อยเจ๊ง (Predatory Pricing) รวมถึงห้ามบังคับข้อตกลงห้ามร้านค้าไปตั้งราคาขายบนแพลตฟอร์มอื่นให้ถูกกว่า (Rate Parity Clause) ถ้าทำได้ดีมากเพราะมันคือ การต้านการทุ่มตลาด 

กฎหมายดีแต่ในทางปฎิบัติต้องรอดู

แม้ตัวระเบียบจะดูเฉียบคม มีความพยายามแก้จุดที่เป็น Pain Point แต่ในการเอามาใช้จริง อาจจะไม่เวิร์ค เพราะปัญหาสำคัญยังแก้ยากและดูจะ ยังเป็นปัญหาอยู่ต่อไป เริ่มจาก 

"กล่องดำ" ที่ยากจะตรวจสอบ  เรื่อง อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มระดับโลก มันซับซ้อน เปลี่ยนแปลงเป็นปกติ บ่อยจนตามไม่ทัน การที่ร้านค้าหนึ่งจะถูกปิดกั้นการมองเห็น เป็นเรื่องที่แทบจะ "เป็นไปไม่ได้เลย" ที่พ่อค้าแม่ค้า หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าไปแกะรอยพิสูจน์ว่าเกิดจากการกลั่นแกล้งทางการค้า

คำชวนคิด "เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควร" กฎหมายเปิดช่องให้แพลตฟอร์ม สามารถ แย้ง หรือ มีทางออก ได้หากมีเหตุผลทางเทคโนโลยีหรือธุรกิจ ยัทุกแพลตฟอร์ม ทีมกฎหมายระดับเทพ ที่พร้อมจะเปลี่ยนการ "ผูกขาด" ให้กลายเป็น "ความจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของระบบ" ได้ไม่ยาก

สงครามที่รายย่อยน่าจะยังไม่กล้าแลก  แพลตฟอร์มคือลมหายใจเดียวของพ่อค้าแม่ค้าในยุคนี้ การเดินไปฟ้องรัฐบาลเท่ากับการเสี่ยงถูก "แบนเงียบ" หรือลบไอดีทิ้ง แม้กฎหมายจะคุ้มครอง แต่ในโลกความจริง ความล่าช้าของคดีอาจทำให้ร้านค้าล้มละลายไปก่อนที่ความยุติธรรมจะมาถึง

กฎหมายคม... แต่ต้องจับตา "คนถือดาบ"

สุดท้ายสิ่งที่จะชี้ชัดว่า ประกาศฉบับนี้เป็น "เสือกระดาษ" หรือเปล่า ต้องรอดูการบังคับใช้จริง หลายฝ่ายไม่เฉพาะกขค. ตั้งความหวังกับระเบียบนี้ไว้มาก เชื่อว่าเอาอยู่  แต่การทำได้จริงหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือ เพราะนี่คือการรับมือกับ แพลตฟอร์มใหญ่ และเทคโนโลยียีของแพลตฟอร์ม ที่ยาก ต่อการสร้างระบบ "ร้องเรียนแบบปกปิดตัวตน" เพื่อปกป้องผู้ขายไม่ให้โดนไล่เช็กบิลทีหลัง เป็นเรื่องที่ดี หากภาครัฐทำได้จริง นี่คือจุดเปลี่ยนที่จะคืนลมหายใจให้ SME ไทย แต่ถ้าทำไม่ได้... มันก็จะเป็นเพียงกระดาษอีกหนึ่งใบที่แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่พร้อมจะเดินข้ามไปอย่างไม่ใยดี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์