สีจิ้นผิง สื่ออะไร  จาก  Thucydides Trap

16 พ.ค. 2569 - 17:49

  • สีจิ้นผิง พูด เรื่อง  Thucydides Trap มาหลายครั้ง ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา

  • นี่คือการส่งสารบางอย่าง จากมหาอำนาจ ถึง มหาอำนาจ เพื่อแสดงจุดยืนของจีนท่ามกลางยุทธศาสตร์การเมืองโลก

  • Thucydides Trap ไม่ใช่แค่ทฤษฎีประวัติศาสตร์ แต่อาจเป็นมรสุมลูกใหญ่ซัดเข้าหาเศรษฐกิจไทย

สีจิ้นผิง สื่ออะไร  จาก  Thucydides Trap

สีจิ้นผิง สื่ออะไร  จากคำถามที่ถาม โดนัลด์ ทรัมป์ เรื่อง   Thucydides Trap "โลกมาถึงทางแยกใหม่ จีนกับสหรัฐฯ จะก้าวข้าม 'Thucydides Trap' และสร้างรูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจได้หรือไม่" สีจิ้นผิง ถาม ทรัมป์ การประชุมสุดยอดระหว่างสองผู้นำ 

สีจิ้นผิง ต้องการ สื่ออะไร 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สีจิ้นผิงพูดถึง  "กับดักทูซิดิดีส" (Thucydides Trap) ย้อนหลังกลับไป สีจิ้นผิงพูดเรื่องนี้มากว่า 10 ปีที่จำได้  ปี 2013  สีจิ้นผิง กล่าวกับผู้นำนานาชาติว่า  เราต้องร่วมกันหลีกเลี่ยง Thucydides Trap คือความตึงเครียดทำลายล้างระหว่างมหาอำนาจกำลังขึ้นกับมหาอำนาจที่มีอยู่แล้ว" ปี 2014 ในการสัมภาษณ์ สื่อต่างประเทศว่า "เราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อหลีกเลี่ยงกับดักทูซิดิดีส" ปี 2015  ในสุนทรพจน์ที่ ซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา  "มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่ากับดักทูซิดิดีสในโลกนี้หรอก แต่ถ้าประเทศมหาอำนาจประเมินสถานการณ์ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาอาจจะสร้างกับดักนั้นขึ้นมาใส่ตัวเอง

อาจบอกได้ว่า สี จิ้นผิง ต้องการส่ง "สาร"  บางอย่าง เมื่อ วิเคราะห์ถึงท่าทีของ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดี สิ่งที่ สีจิ้นผิง กำลังส่งสาร ถึง ทรัมป์ อาจะเป็นการ เตือน หรือ แสดงจุดยืนของจีนในยุทธศาสตร์การเมืองโลก

หรือบอกเป็นนัยยะ ว่า  "สงครามไม่มีผู้ชนะ" (A Warning Against Miscalculation) สี จิ้นผิง อาจจะต้องการบอก ว่า การที่สหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นการเติบโตของจีน ไม่ว่าจะด้วยสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี หรือประเด็นไต้หวัน เป็นพฤติกรรมที่เกิดจาก "ความกลัวที่เกินกว่าเหตุ" เหมือนสปาร์ตากลัวเอเธนส์ แต่ถ้าสหรัฐฯ ยังเดินหน้ากดดันจีนอย่างรุนแรง ความขัดแย้งอาจลุกลามจนกลายเป็นสงครามใหญ่ที่พังทลายกันทั้งคู่ (Lose-Lose Scenario)

การเสนอแนวคิด "มหาอำนาจรูปแบบใหม่" (New Type of Major-Power Relations) จีนอาจกำลังจะบอกว่า “ประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องซ้ำรอยเสมอไป” สหรัฐฯ ต้องยอมรับความจริงที่ว่าจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจแล้ว และหันมาใช้วิธี "บริหารจัดการความขัดแย้ง" ร่วมกัน แทนที่จะจ้องทำลายกัน  จีนมักใช้คำว่า การเคารพซึ่งกันและกัน (Mutual Respect) การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ (Peaceful Coexistence) และ ความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (Win-Win Cooperation)

อีกประเด็นคือนี่อาจเป็นการชิงพื้นที่ความชอบธรรมในเวทีโลก ในมุมมองของการทูตโลก การที่สี จิ้นผิง พูดเรื่องนี้บ่อยๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของจีนดูเป็น "ผู้ใหญ่ที่ใช้เหตุผลและรักสงบ" ในขณะที่โยนบทบาท "ผู้ก้าวร้าวที่หวาดระแวง" ให้กับสหรัฐฯ เป็นการส่งสัญญาณถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก (โดยเฉพาะกลุ่ม Global South) ว่า จีนไม่ได้ต้องการทำสงครามหรือระเบียบโลกใหม่ที่ใช้กำลัง แต่เป็นสหรัฐฯ ต่างหากที่กำลังผลักดันโลกไปสู่จุดอันตราย

สิ่งที่ สี จิ้นผิง สื่อสารถึง ทรัมป์ ไม่ใช่การยอมจำนน และไม่ใช่การข่มขู่ว่าจะเปิดศึกตรงๆ แต่เป็นการ "ตีกรอบเกม" (Frame the Narrative) "คุณเป็นนักธุรกิจ คุณชอบเจรจาผลประโยชน์ใช่ไหม? งั้นเรามาเจรจาและเคารพเขตแดนของกันและกันดีกว่า อย่าปล่อยให้ความกลัวแบบเก่าๆ (กับดักทูซิดิดีส) มาทำให้เราต้องรบกัน เพราะถ้าคุณกดดันจีนจนล้นเส้นสัญญานอันตราย จีนก็พร้อมที่จะตอบโต้ และนั่นจะไม่เป็นผลดีต่อข้อตกลงใดๆ ของคุณเลย"

Thucydides Trap ไม่ใช่แค่ทฤษฎีประวัติศาสตร์ แต่กำลังกลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่ซัดเข้าหาเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Thucydides Trap อธิบายถึงสภาวะที่มหาอำนาจเดิม อย่าง  สหรัฐอเมริกา ที่เกิดความระแวงและกลัวการก้าวขึ้นมาของมหาอำนาจใหม่ อย่าง จีน จนนำไปสู่ความตึงเครียด สงครามการค้า สงคราม และเทคโนโลยี ถ้ามหาอำนาจ ขัดแย้ง กัน ทุกประเทศในโลก รวมถึงประเทศไทย จะได้รับผลกระทบ ทั้งแง่บวก และลบ สิ่งเหล่านี้ ทำให้ ประเทศไทย ต้องปรับตัวและรับมือ เพื่อการอยู่รอด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์