เชื่อว่าหลายคนคงตั้งคำถามกับชีวิตตอนนี้ เราต้องตุนอาหารหรือยัง ถอนเงินสดมาเก็บดีไหม ต้องย้ายบ้านหนีหรือเปล่า
SPACEBAR สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ และความมั่นคงเครือข่ายระดับประเทศ เกี่ยวกับแนวทางการรับมือข่าวที่เกิดขึ้นในเวลานี้
จริงๆแล้วความพร้อมของประเทศไทยมีแค่ไหน
ความจริงคือ เรามีความตื่นตัวเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559–2560 เราถึงได้ผลักดัน พ.ร.บ.ไซเบอร์ ออกมา เพราะรู้ว่าหากไม่มีกฎหมายเตรียมความพร้อม ประเทศจะไม่รอดพ้นจากสงครามไซเบอร์ ดังนั้นเรารับมือมันมานานแล้ว
“การรับมือแบบ Total Defense ภัยไซเบอร์ไม่เหมือนชายแดนทั่วไปที่รู้ว่าข้าศึกจะมาจากไหน เพราะเซิร์ฟเวอร์ทุกตัว หรือประชาชนทุกคนสามารถตกเป็นเหยื่อได้ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเต็มที่ ”
วันนี้เทคโนโลยีฉลาดกว่าเดิม ต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปยังไง
เทคโนโลยีอย่าง AI พัฒนาไปมาก การรับมือจึงไม่ใช่แค่การบอกว่าจะทำอะไรแบบกว้างๆ หรือเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสัปดาห์เหมือนในอดีต แต่กระบวนการอัปเดตและแก้ไขช่องโหว่ต้องทำให้เสร็จได้ภายในระดับ "ชั่วโมง" เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการโจมตีด้วย AI (AI-enabled attack) ที่รวดเร็วและคาดเดายากขึ้น
เอายังไงดีกับคำเตือนตุนของ ถอนเงินมาเก็บ
การเตรียมตัว เป็นเรื่องดี แต่ การตื่นตระหนกไม่ดี การตื่นตระหนกถึงขั้นถอนเงินสดทั้งหมดมาเก็บไว้ที่บ้านหรือกักตุนเสบียงจำนวนมากไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง
“ไม่มีประเทศไหนแนะนำ ให้ประชาชนถอนเงินออกมาทั้งหมด หรือ กักตุนอาหารเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ทรัพยากรขาดแคลนและระบบสะดุด นั่นแหละความวุ่นวายของจริง สิ่งที่ควรทำคือการรู้เท่าทัน มีเงินสำรองในบัญชี มีเงินติดบ้านไว้บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะถ้าเกิดระบบติดขัดซึ่งไม่นาน จะได้ไม่ลำบาก มีเงินซื้อของได้ และสำรองอาหารให้พอกับระยะ พอควรไม่ใช่เงินเอาทั้งมาเก็บที่บ้าน แค่ “เผื่อจำเป็น” ที่สำคัญกว่า คือ รู้ว่าซอฟต์แวร์หรือระบบที่เราใช้งานอยู่นั้นมีเวอร์ชันใดที่อาจได้รับผลกระทบหรือไม่ แล้วอัพเดต”




