Google  เชื่อ  AI คือประตูบานใหม่ ของ อีคอมเมิร์ซ

29 ต.ค. 2569 - 15:19

  • Agentic AI ทำหน้าที่ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือจัดการงานที่ซับซ้อนแทนตนเอง ขณะเดียวกัน ความต้องการการใช้งานที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น โดย 78% ของการสนทนากับ AI เป็นภาษาไทย

  • 78% ของการสนทนากับ AI เป็นภาษาไทย สะท้อนทั้งการยอมรับเทคโนโลยีและความสำคัญของ AI ที่เข้าใจภาษาและบริบทท้องถิ่น

  • การแข่งขันจึงอาจไม่ได้อยู่แค่ใครมีสินค้าเยอะหรือโฆษณาเก่ง แต่อยู่ที่ใครทำให้ AI เลือกสินค้าและบริการของตน

Google  เชื่อ  AI คือประตูบานใหม่ ของ อีคอมเมิร์ซ

Google เปิดเผยรายงาน e-Conomy SEA 2026 ประเมินเศรษฐกิจดิจิทัลไทยโต 19% แตะ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่ามูลค่าจะเพิ่มเป็น 104,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2573 และ 167,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2578

อีคอมเมิร์ซยังเป็นเครื่องยนต์หลัก ขณะที่คนไทย 31 ล้านคนใช้ GenAI และกว่า 80% พร้อมให้ AI ช่วยตัดสินใจซื้อสินค้า สัญญาณการแข่งขันครั้งใหม่กำลังเปลี่ยนจากการแย่งชิงลูกค้า ไปสู่การทำให้ AI เลือกธุรกิจของตัวเอง

เมื่อ AI กระทบโลก 

ประเด็นสำคัญของการเติบโตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เม็ดเงินที่เพิ่มขึ้น หากเป็นการเปลี่ยนผ่านของตลาดดิจิทัลไทย จากการแข่งขันเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้และยอดขาย ไปสู่การแข่งขันเพื่อสร้างกำไร และการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำธุรกิจ

ไทยกำลังเปลี่ยนจากตลาดที่ใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูล ไปสู่ตลาดที่ผู้บริโภคอาจยอมให้ AI ตัดสินใจซื้อและทำธุรกรรมแทน

โจทย์ใหญ่คือ ใครจะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านนี้ และการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นจะเปลี่ยนเป็นผลิตภาพ รายได้ และกำไรของธุรกิจไทยได้จริงหรือไม่

AI Agent อาจกลายเป็นประตูบานใหม่

ผู้บริโภคกว่า 80% ระบุว่าพร้อมมอบหมายให้ AI จัดการการตัดสินใจซื้อหรือทำงานซับซ้อน และ 41% ของเส้นทางผู้บริโภคเริ่มต้นบนแพลตฟอร์ม AI การแข่งขันจึงอาจไม่ได้อยู่แค่ใครมีสินค้าเยอะหรือโฆษณาเก่ง แต่อยู่ที่ใครทำให้ AI เลือกสินค้าและบริการของตน

คนไทยใช้ AI มาก แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าใช้แล้วเศรษฐกิจดีขึ้นแค่ไหน ผู้ใช้ GenAI 31 ล้านคน หรือ 63% ของประชากรวัยทำงาน สะท้อนการยอมรับเทคโนโลยีในวงกว้าง แต่จำนวนผู้ใช้และความถี่ไม่ใช่ตัวชี้วัดผลิตภาพโดยตรง ธุรกิจต้องพิสูจน์ว่า AI ช่วยลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง

ไทยมีผู้ใช้งาน Generative AI หรือ GenAI ประมาณ 31 ล้านคน คิดเป็น 63% ของประชากรวัยทำงาน และมีการสอบถาม AI รวมประมาณ 21,000 ล้านครั้งต่อปี ขณะที่ความถี่ในการใช้งาน AI อยู่ที่เฉลี่ย 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์ สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

75% ของผู้ใช้ไทยระบุว่ามีความเชื่อมั่นใน AI มากขึ้น

เทียบกับปีก่อน และ 78% ของการสนทนากับ AI เป็นภาษาไทย สะท้อนทั้งการยอมรับเทคโนโลยีและความสำคัญของ AI ที่เข้าใจภาษาและบริบทท้องถิ่น

ผู้บริโภคชาวไทยมีความพร้อมในการใช้งาน Agentic AI มากที่สุดในภูมิภาคฯ 41% ของเส้นทางของผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นบนแพลตฟอร์ม AI ขณะที่ 75% ของผู้ใช้เผยว่ามีความเชื่อมั่นใน AI มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และกว่า 80% ยินดีที่จะมอบหมายให้ Agentic AI ทำหน้าที่ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือจัดการงานที่ซับซ้อนแทนตนเอง ขณะเดียวกัน ความต้องการการใช้งานที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ โดย 78% ของการสนทนากับ AI เป็นภาษาไทย ตอกย้ำความจำเป็นในการพัฒนาโมเดลภาษาที่ปรับแต่งให้สามารถเข้าใจบริบทท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง 

“ ประเทศไทยได้ตอกย้ำจุดยืนอย่างแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน AI ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีมูลค่าสินค้ารวมสูงถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ การเป็นผู้นำของภูมิภาคฯ ด้านความถี่ในการใช้งาน AI ด้วยจำนวนเฉลี่ยเกือบ 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์  ” ราฟาเอลซิสโลว์สกีCountry Manager, Googleประเทศไทย

สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนและธุรกิจไทยสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับการทำงานรวมถึงชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม และเมื่อทราบว่า 80% ของผู้บริโภคพร้อมที่จะมอบหมายให้ AI Agent ทำสิ่งต่างๆ แทน Google ก็มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าร่วมมือกับภาครัฐและพาร์ทเนอร์ในไทยเพื่อเปลี่ยนความเชื่อมั่นของผู้ใช้ที่สูงอย่างเป็นประวัติการณ์นี้ให้กลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืนต่อไป” 

อีคอมเมิร์ซโต 20% ในวันที่แพลตฟอร์มหันหา ‘กำไร’ มากกว่า ‘การเติบโต’ การเก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอาจช่วยให้ธุรกิจมีรายได้ยั่งยืนขึ้น แต่เพิ่มแรงกดดันให้ผู้ขาย โดยเฉพาะ SME ที่ต้องรับต้นทุนค่าธรรมเนียม การโฆษณา และการแข่งขันด้านราคา

สินเชื่อดิจิทัลโต 24% เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง การเข้าถึงเงินทุนของรายย่อยและ SME อาจดีขึ้น แต่การเติบโตของยอดสินเชื่อไม่ได้แปลว่าคุณภาพชีวิตหรือสุขภาพการเงินดีขึ้นเสมอไป ต้องดูความสามารถชำระหนี้ หนี้เสีย และการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบควบคู่กัน

เงินลงทุนในสตาร์ตอัปไม่ได้สะท้อนเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด รายงานระบุเงินทุนเอกชนครึ่งแรกของปี 2569 ที่ 200 ล้านดอลลาร์ จาก 11 ดีล ขณะที่มีการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่าสูงกว่านั้นมากในภาพรวม แต่ยังมีคำถามว่าไทยจะสร้างธุรกิจ เทคโนโลยี และบุคลากรที่เก็บเกี่ยวมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนเหล่านี้ได้มากเพียงใด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์