ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ‘World’ ที่ก่อตั้งโดย Sam Altman (ผู้สร้าง ChatGPT) และ Alex Blania ออกโรงเคลียร์ข้อเข้าใจผิด หลังเผชิญกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการ ‘สแกนม่านตา’ ที่ทำให้ประชาชนกังวล โดยยืนยัน 5 ประเด็นหลักว่า ระบบนี้มีเป้าหมายเพื่อยืนยันความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่บอท และไม่เกี่ยวข้องกับการยืนยันตัวตนส่วนบุคคล
ยืนยันปลอดภัย ไม่ซื้อ-เก็บ-ขายข้อมูลชีวมิติ ข้อมูลรั่วไหลไม่เป็นความจริง
ภัคพล ตั้งตงฉิน ผู้จัดการ Tools for Humanity (TFH) ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร World Foundation ชี้แจงว่า ระบบไม่ซื้อ-ไม่เก็บ-ไม่ขายข้อมูลชีวมิติ ภาพม่านตาที่ถูกสแกนจะถูกแปลงเป็น Iris Code และถูกลบต้นฉบับทันที ทำให้ไม่สามารถย้อนกลับมาได้ อีกทั้งยังเปิดระบบแบบโอเพนซอร์สบน GitHub เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกตรวจสอบความปลอดภัย
“ระบบ World ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวสูงสุด ภาพม่านตาที่สแกนจะถูกแปลงเป็น Iris Code ซึ่งไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นภาพได้ และภาพต้นฉบับจะถูกลบทันทีโดยไม่ถูกนำไปซื้อขายหรือจัดเก็บ ข่าวลือเรื่อง ‘ข้อมูลรั่วไหล’ หรือ ‘นำข้อมูลไปขาย’ จึงไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ ระบบ World ไม่มีการเข้าถึง หรือผูกข้อมูลกับแอปพลิเคชันทางการเงินใดๆ และไม่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมทางการเงินตามที่มีการเผยแพร่”
แยกมนุษย์ออกจาก Bot เพื่อป้องกันการฉ้อโกงในโลกดิจิทัล
ภารกิจหลักของ World คือการปกป้องประชาชนจากภัยออนไลน์ ด้วยการสร้าง ‘เกราะ’ พิสูจน์ ความเป็นมนุษย์ ท่ามกลางยุคที่มิจฉาชีพใช้บอทและ AI หลอกลวงมากขึ้น เทคโนโลยีสแกนม่านตาของ World ทำให้สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังบัญชีหรือธุรกรรมออนไลน์เป็นมนุษย์จริง ไม่ใช่บัญชีปลอมจึงช่วย ลดปัญหาการหลอกลวงทางดิจิทัลที่อาศัยบอทหรือการสวมรอยได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน World ย้ำว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็น เกราะป้องกันภัยออนไลน์ โดยเฉพาะการสวมรอยและการฉ้อโกงที่ใช้บอทและ AI ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 33 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เริ่มขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตร เช่น Pantip, Whoscall, Eventpop และเกมออนไลน์ Ragnarok Landverse เพื่อเสริมเกราะคุ้มกันให้กับ ผู้ใช้งานจริง

ในมิติทางเศรษฐกิจ World ประกาศลงทุนกว่า 25 ล้านบาทในไทย ภายใต้โครงการ ‘Build With World’ เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาสร้าง Mini Apps ที่ใช้ World ID เป็นกลไกยืนยันความเป็นมนุษย์ อีกทั้งยังจัด ‘Orb Hackathon’ เปิดให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทดสอบความแข็งแกร่งของระบบ พร้อมเงินรางวัลสำหรับผู้ค้นพบช่องโหว่ ตอกย้ำความโปร่งใสและมั่นใจในเทคโนโลยี
นักวิเคราะห์มองว่า การเข้ามาของ World ในไทยไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นด้าน Cybersecurity แต่ยังมีโอกาสต่อยอดเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างระบบนิเวศใหม่ที่ทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีด้าน Digital Identity ในภูมิภาคอาเซียน




