World เคลียร์ข่าว ‘สแกนตา’ ปลอดภัย 100% ไม่เก็บ-ไม่ขายข้อมูล

3 ก.ย. 2568 - 18:07

  • World แจงปม ‘สแกนม่านตา’ ข้อมูลรั่ว ไม่จริง ยืนยันไม่มีการเก็บข้อมูล-ขายข้อมูลชีวมิติ

  • เคลียร์ 5 ประเด็นสำคัญสู่ความเข้าใจผิด พร้อมประกาศเป็นศัตรูกับมิจฉาชีพ

  • ดึงพันธมิตรไทย-เปิดระบบโอเพนซอร์ส สกัดภัยออนไลน์

World เคลียร์ข่าว ‘สแกนตา’ ปลอดภัย 100% ไม่เก็บ-ไม่ขายข้อมูล

ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ‘World’ ที่ก่อตั้งโดย Sam Altman (ผู้สร้าง ChatGPT) และ Alex Blania ออกโรงเคลียร์ข้อเข้าใจผิด หลังเผชิญกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการ ‘สแกนม่านตา’ ที่ทำให้ประชาชนกังวล โดยยืนยัน 5 ประเด็นหลักว่า ระบบนี้มีเป้าหมายเพื่อยืนยันความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่บอท และไม่เกี่ยวข้องกับการยืนยันตัวตนส่วนบุคคล

ยืนยันปลอดภัย ไม่ซื้อ-เก็บ-ขายข้อมูลชีวมิติ ข้อมูลรั่วไหลไม่เป็นความจริง

ภัคพล ตั้งตงฉิน ผู้จัดการ Tools for Humanity (TFH) ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร World Foundation ชี้แจงว่า ระบบไม่ซื้อ-ไม่เก็บ-ไม่ขายข้อมูลชีวมิติ ภาพม่านตาที่ถูกสแกนจะถูกแปลงเป็น Iris Code และถูกลบต้นฉบับทันที ทำให้ไม่สามารถย้อนกลับมาได้ อีกทั้งยังเปิดระบบแบบโอเพนซอร์สบน GitHub เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกตรวจสอบความปลอดภัย

“ระบบ World ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวสูงสุด ภาพม่านตาที่สแกนจะถูกแปลงเป็น Iris Code ซึ่งไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นภาพได้ และภาพต้นฉบับจะถูกลบทันทีโดยไม่ถูกนำไปซื้อขายหรือจัดเก็บ ข่าวลือเรื่อง ‘ข้อมูลรั่วไหล’ หรือ ‘นำข้อมูลไปขาย’ จึงไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ ระบบ World ไม่มีการเข้าถึง หรือผูกข้อมูลกับแอปพลิเคชันทางการเงินใดๆ และไม่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมทางการเงินตามที่มีการเผยแพร่”

แยกมนุษย์ออกจาก Bot เพื่อป้องกันการฉ้อโกงในโลกดิจิทัล

 ภารกิจหลักของ World คือการปกป้องประชาชนจากภัยออนไลน์ ด้วยการสร้าง ‘เกราะ’ พิสูจน์ ความเป็นมนุษย์ ท่ามกลางยุคที่มิจฉาชีพใช้บอทและ AI หลอกลวงมากขึ้น เทคโนโลยีสแกนม่านตาของ World ทำให้สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังบัญชีหรือธุรกรรมออนไลน์เป็นมนุษย์จริง ไม่ใช่บัญชีปลอมจึงช่วย ลดปัญหาการหลอกลวงทางดิจิทัลที่อาศัยบอทหรือการสวมรอยได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน World ย้ำว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็น เกราะป้องกันภัยออนไลน์ โดยเฉพาะการสวมรอยและการฉ้อโกงที่ใช้บอทและ AI ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 33 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เริ่มขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตร เช่น Pantip, Whoscall, Eventpop และเกมออนไลน์ Ragnarok Landverse เพื่อเสริมเกราะคุ้มกันให้กับ ผู้ใช้งานจริง

world-iris-scan-no-collection-personal-information-data-SPACEBAR-Photo03.jpg

ในมิติทางเศรษฐกิจ World ประกาศลงทุนกว่า 25 ล้านบาทในไทย ภายใต้โครงการ ‘Build With World’ เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาสร้าง Mini Apps ที่ใช้ World ID เป็นกลไกยืนยันความเป็นมนุษย์ อีกทั้งยังจัด ‘Orb Hackathon’ เปิดให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทดสอบความแข็งแกร่งของระบบ พร้อมเงินรางวัลสำหรับผู้ค้นพบช่องโหว่ ตอกย้ำความโปร่งใสและมั่นใจในเทคโนโลยี

นักวิเคราะห์มองว่า การเข้ามาของ World ในไทยไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นด้าน Cybersecurity แต่ยังมีโอกาสต่อยอดเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างระบบนิเวศใหม่ที่ทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีด้าน Digital Identity ในภูมิภาคอาเซียน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์