YLG เผยปี 69 ทองคำพุ่งทะยาน 9% รับอานิสงส์ "ทรัมป์" เปิดศึกชิงกรีนแลนด์

20 ม.ค. 2569 - 16:20

  • ทองคำโลกพุ่งกว่า 9% ใน 20 วันแรกของปี เร็วกว่าคาด

  • ความตึงเครียดการเมือง–เศรษฐกิจ ดันเงินไหลเข้าทองคำ

  • สถาบันการเงินใหญ่ มองเป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์ขึ้นไป

YLG เผยปี 69 ทองคำพุ่งทะยาน 9% รับอานิสงส์ "ทรัมป์" เปิดศึกชิงกรีนแลนด์

YLG เปิดเผยว่าในช่วงเพียง 20 วันแรกของปี 2569 ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากต้นปี ขณะที่ราคาทองคำในประเทศ (ทองคำแท่ง 96.5%) ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 69,300 บาทต่อบาททองคำ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 7% แม้จะถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า

ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นมาทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากราคาเปิดต้นปี อยู่ที่ประมาณ 4,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาที่ปรับขึ้นมาในระดับนี้เพียง 20 วันถือว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วกว่าคาดหมาย แถมยังเป็นการเปิด gap ในวันจันทร์ทุกสัปดาห์ ขานรับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์  อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทองคำไทย (ทองคำแท่ง 96.5%) จากต้นปีจนถึงวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 69,300 บาทต่อบาททองคำ หรือขึ้นมาเกือบ 7%

ปัจจัยหนุนหลักดันราคาทองคำ

ปัจจัยที่กระตุ้นให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงมาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน ดังนี้

1. "ทรัมป์" เปิดศึกชิง "กรีนแลนด์" และความเสี่ยงด้านสงครามการค้า US-EU

ภายหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรปสูงถึง 10-25% เนื่องจากกรณีที่ขัดขวางไม่ให้สหรัฐฯ "ซื้อเกาะกรีนแลนด์" ส่งผลให้ผู้นำยุโรปกำลังจัดการประชุมด่วนสร้างความตึงเครียดทั้งภูมิภาค ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลและหันมาซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)  โดยนายทรัมป์ได้กล่าวไว้ว่าแม้เน้นการเข้าปกครองด้วยการเจรจาทางการทูต แต่ก็ไม่ตัดวิธีการยึดครองด้วยกำลังทางทหาร

2. เงินดอลลาร์อ่อนค่า & เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย

ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ร่วงฉับพลันจากความกังวลของตลาดที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะต้องปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่าที่แสดงใน Dot Plot ที่เพียง 1 ครั้ง หลังเกิดการปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งในเฟดโดยเฉพาะนายพาวเวล ที่จะหมดวาระประธานเฟดในเดือนพ.ค.  อีกทั้ง เริ่มเกิดการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ย เพื่อรับมือกับสงครามการค้าที่ทรัมป์จุดชนวนขึ้น อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะต้องสกัดการเร่งตัวขึ้นของ Bond Yield สหรัฐ หากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐถูกเทขายจากประเทศในยุโรป หากความขัดแย้งปะทุรุนแรงมากขึ้น

3. ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ "ตุนทอง"

ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและรัสเซียที่ยังคงโยกเงินออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ ตามนโยบาย De-Dollarization มาซื้อทองคำเก็บไว้เป็นทุนสำรองฯ เพื่อป้องกันความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ แรงซื้อมหาศาลจากธนาคารกลางทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง

เป้าหมายทองคำปีนี้ ลุ้นแตะ 5,000 ดอลลาร์

ทั้งนี้ จากการสำรวจของวายแอลจี พบว่า ว่าสุดสถาบันการเงินต่างชาติส่วนใหญ่ได้ให้ราคาเป้าหมายทองคำ ไว้ในระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป เริ่มจาก J.P. Morgan ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 5,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้าน Goldman Sachs ให้ราคาเป้าหมายที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์  UBS ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์  รวมถึง Bank of America ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และ Citi ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ วายแอลจี แนะนำเข้าลงทุนแบบรอจังหวะสะสม DCA เพื่อถือครองในระยาว พร้อมเพิ่มโอกาสด้วยการลงทุนระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่แนวต้านระยะสั้นประเมินไว้ที่ 4,720 - 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์  นอกจากนี้ วายแอลจี ยังคงคาดการณ์ในปีนี้ว่าทองคำจะมีโอกาสขึ้นไปได้ถึงกรอบเป้าหมาย 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์