ทองผันผวน! YLG ชี้แนวโน้ม Sideway-Up จับตาศึกภาษี-แรงกดดันเฟด-GDP จีน

14 ก.ค. 2568 - 13:21

  • ศึกภาษีเดือด! สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษี EU – เม็กซิโก 30%

  • ลือกดดันปลด “พาวเวล” กระทบเสถียรภาพการเงิน

  • จีนเร่งกระตุ้นศก. – ธนาคารกลางสะสมทองเดือนที่ 8

ทองผันผวน! YLG ชี้แนวโน้ม Sideway-Up จับตาศึกภาษี-แรงกดดันเฟด-GDP จีน

“สงครามการค้า – แรงกดดันเฟด” หนุนราคาทองคำผันผวน YLG ชี้แนวโน้ม Sideway-Up จับตานโยบายภาษีสหรัฐฯ – ตัวเลขเศรษฐกิจ – GDP จีน

ราคาทองคำสัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวผันผวน ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่รุมเร้าตลาดการเงินโลก ทั้งความตึงเครียดทางการค้า แรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และจีน ขณะที่ YLG Bullion & Futures มองแนวโน้มราคาทองคำในกรอบ “Sideway-Up” พร้อมประเมินกลยุทธ์ลงทุนแนะรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาอ่อนตัว

สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้ายุโรป–เม็กซิโก ดันความเสี่ยงสงครามการค้า

วรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยในรายการ FIRST UP ผ่านทางเพจ SPACEBAR ว่า หนึ่งในปัจจัยที่กระทบตลาดทองคำในสัปดาห์นี้คือ ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระลอกใหม่ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มพิจารณาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปและเม็กซิโกสูงถึง 30% เริ่มต้นวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงผิดปกติและสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อภาคการค้าโลก

ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ พร้อมส่งสัญญาณเตรียมมาตรการตอบโต้ทางภาษีหากสหรัฐฯ ไม่ถอยจากแผนดังกล่าว

“หากสหรัฐฯ เดินหน้าเต็มที่และยุโรปตอบโต้กลับ จะทำให้ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง แต่หากสามารถเจรจาให้เหลืออัตราภาษีที่ไม่เกิน 20% ทองคำอาจเผชิญแรงขายจากความผ่อนคลายของสถานการณ์” – วรุต กล่าว

แรงกดดัน “ปลดพาวเวล” ส่อลดดอกเบี้ยนโยบายกระทบตลาดทอง

อีกประเด็นที่ต้องติดตาม คือ ข่าวลือเกี่ยวกับความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการกดดันให้ “เจ โรม พาวเวล” ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลาออกจากตำแหน่ง หลังมีข้อพิพาทเรื่องการสร้างสำนักงานใหญ่เฟดในกรุงวอชิงตัน ประเด็นนี้หากมีแรงกดดันมาก อาจทำให้ประธานเฟดที่มั่นคงยืนหยัดต่อการตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ระดับเดิมอาจสั่นคลอนหรือใจอ่อนและมีแนวโน้มลดระดับอัตราดอกเบี้ยงลง ถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันราคาทองคำได้ ยิ่งแรงกดดันยิ่งสูง ความวุ่นวายผันผวนในตลาดการเงินยิ่งสูงและยิ่งเป็นแรงหนุนหรือแรงกระตุ้นซื้อทองคำได้ค่อนข้างดี

“หากตำแหน่งผู้นำเฟดไม่มั่นคง อัตราดอกเบี้ยที่เคยคาดว่าจะทรงตัว อาจเปลี่ยนเป็นแนวโน้มลดดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นบวกต่อราคาทองคำในระยะกลาง” – วรุตเสริม

จับตาตัวเลข Core CPI สหรัฐ – ตัวเลข GDP จีน

ตลาดยังเฝ้ารอการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางราคาทองคำระยะสั้น ได้แก่

 • ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI)

 • ยอดค้าปลีก (Retail Sales)

 • รายงาน Beige Book ของเฟด

 • ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของจีน

Core CPI คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 2.8% เป็น 2.9% หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจกดดันให้เกิดแรงขายทำกำไรทองคำชั่วคราว แต่หากออกมาต่ำกว่าคาด จะเพิ่มโอกาสในการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำโดยตรง

ราคาทองคำแนวโน้ม Sideway-Up – รอซื้อหากย่อตัว

YLG ประเมินว่า ทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบ “Sideway-Up” โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 3,384 – 3,395 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยังไม่สามารถผ่านแนวต้านนี้ได้ อาจเห็นแรงขายทำกำไรระยะสั้น และราคาจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับที่ 3,345 – 3,329 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไม่แนะนำให้ไล่ราคา

กลยุทธ์การลงทุน:

รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงใกล้แนวรับ และทยอยขายบางส่วนหากราคาทดสอบแนวต้านแต่ไม่ผ่าน

ทองคำไทยถูกกดจากเงินบาทแข็ง – จับตาแนวรับ 32.30 บาท/ดอลลาร์

แม้ราคาทองคำโลกมีแรงบวก แต่ราคาทองคำในประเทศกลับเคลื่อนไหวจำกัด เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าสู่ระดับ 32.43 บาท/ดอลลาร์ โดยมีแนวรับจิตวิทยาอยู่ที่ 32.30 บาท/ดอลลาร์ หากยังไม่หลุดระดับนี้ คาดว่าแรงกดดันจากเงินบาทจะลดลง

แนวรับ–แนวต้านทองคำในประเทศ:

 • แนวรับ: 51,050 – 51,300 บาท/บาททองคำ

 • แนวต้าน: 51,950 – 52,100 บาท/บาททองคำ

หาก Spot Gold ย่อตัวและเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ จะเป็นจังหวะดีสำหรับการเข้าซื้อทองคำในประเทศ

จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ – ธนาคารกลางซื้อทองต่อเนื่อง

แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ หากมีการอัดฉีดเม็ดเงินมากพอ อาจกระตุ้นให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัว และส่งผลต่อความต้องการทองคำ โดยเฉพาะจากนักลงทุนในเอเชีย

พร้อมกันนี้ ธนาคารกลางจีนยังคงสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายน 2025 มีการซื้อเพิ่มอีก 70,000 ทรอยออนซ์ (ราว 2.18 ตัน) เป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรอง

ความตึงเครียดจีน–ไต้หวัน จุดเสี่ยงใหม่ของตลาดโลก

ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่จางหาย โดยเฉพาะประเด็นระหว่างสหรัฐฯ–จีน–ไต้หวัน หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจเปิดสำนักงานส่งเสริมในไต้หวัน จนทำให้จีนไม่พอใจและมีความเป็นไปได้ที่จีนจะใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ

แม้จีนอาจยังไม่พร้อมเปิดฉากทางทหาร แต่ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวน และดึงดูดแรงซื้อทองคำจากนักลงทุนทั่วโลก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์